พิษอมเบี้ยเลี้ยง ‘โควิด’ จตช.รับลูกป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญาอดีตผกก.ทุ่งสง

14.06.21 | 17:54 น.

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เปิดเผยกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนการไต่สวน พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเห็นว่ามีความผิดฐานทุจริตเงินจัดสรรค่าตอบแทน หรือค่าเบี้ยเลี้ยงงบโควิด-19 ของ สภ.ทุ่งสง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172 ร้องชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีในศาลตามเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี พร้อมทั้งส่งรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามมาตรา 91 ของกฎหมาย พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ว่าการตรวจสอบการทุจริตเรื่องเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 นั้น เป็นกรณีที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้จเรตำรวจ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทันทีที่ปรากฏว่ามีการร้องเรียน ตั้งแต่ช่วงตุลาคม ที่ผ่านมาโดยมีการตรวจสอบจนนำไปสู่การดำเนินการตั้งกรรมการทางวินัยไปแล้ว 10 กองบัญชาการ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง และสอบสวนทางวินัยรวมแล้วกว่า 200 นาย


ในส่วนของ พ.ต.อ.สมพงศ์ ทางจเรตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่ามีมูลว่ากระทำผิดจริง จึงส่งข้อมูลให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธภาค 8 (ผบช.ภ.8) ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด ตั้งกรรมการสืบสวนทางวินัย โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่ามีมูลความผิดจริง และผบช.ภ.8 พิจารณาลงทัณฑ์เบื้องต้น ให้รับโทษโดยการตัดเงินเดือน และกักยาม 3 วัน ในขณะเดียวกัน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ประสานส่งข้อมูลผลการตรวจสอบ และรายงานผลให้ ป.ป.ช. และ สตง.ทราบด้วย ซึ่งการดำเนินการหลังจาก ป.ป.ช.พิจารณามีมติดังกล่าวแล้ว ทาง ป.ป.ช.จะส่งเรื่องมายัง ตร. ดำเนินการในอำนาจพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงตามฐานความผิดที่ ป.ป.ช.ชี้มูลมาดังกล่าว โดยจะเร่งดำเนินการภายใน 30 วัน

พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า ผบ.ตร.มีความห่วงใยในการติดตามการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยสั่งการตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มอบหมายให้ จตช. ติดตามผลการดำเนินการทางวินัยกรณีเรื่องร้องเรียนที่สังคมที่ให้ความสนใจ เพื่อสนองนโยบายปราบปรามการทุจริตของทางรัฐบาลที่กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่ง จตช. เร่งรัดผู้บัญชาการตำรวจทุกหน่วย รวมถึง กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ และอำนาจในการพิจารณาผลการสืบสวน และสอบสวนทางวินัยข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการในกรอบเวลาที่กำหนดไม่ให้เกิดความล่าช้า และให้ปรากฏผลที่เกิดความเป็นธรรม ยึดข้อเท็จจริงตามระเบียบกฎหมาย และต้องตอบคำถามสังคมให้เป็นที่ยอมรับได้ซึ่งจะมีการเร่งรัดติดตามผลอย่างต่อเนื่องต่อไป