‘ปิยะสกล’มอบนโยบายสาธารณสุขปี60 เน้น’ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข’

8.09.16 | 15:03 น.

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) บรรยายพิเศษ เรื่องนโยบายสาธารณสุขปี 2560 ก้าวที่มั่นคง…สู่สังคมสุขภาพที่ยั่งยืน ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2559 ว่า เป้าประสงค์หรือวิสัยทัศน์ของกระทรวงสาธารณสุขนับจากนี้ คือ เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพ เพราะสุขภาพเป็นของทุกคน ทุกองค์กร ไม่ใช่เฉพาะแต่ สธ.เท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกองค์กรต้องร่วมมือกัน ส่วน สธ.ต้องผลักดันให้นโยบายด้านสุขภาพต่างๆ ดีขึ้น เป็นการรวมพลังสังคมเพื่อประชาชนสุขภาพดี ส่วนเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน

นพ.ปิยะสกลกล่าวอีกว่า แต่ก็จะมีคำถามว่าจะเดินหน้าสู่เป้าหมายได้อย่างไรในเมื่อรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หรือผู้บริหารระดับสูงมีการเปลี่ยนคนบ่อย ก็ขอให้ดูประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง แม้จะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อย แต่คนญี่ปุ่นก็จะมีค่านิยมบางอย่างร่วมกัน ทำให้ประเทศยังสามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายได้ ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายคน สธ.จะต้องยึดค่านิยมร่วมกัน 4 ข้อ คือ 1.Mastery เป็นนายตัวเอง หมายถึงสามารถบังคับตนเองได้ ลดโลภ โกรธ หลง ทำเพื่อผู้อื่น นี่คือภาวะผู้นำ

2.Originality รู้จักสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ต้องมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมา 3.People Centered Approach ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง จะดำเนินการสิ่งใดขอให้นึกถึงประชาชนก่อน ให้ถามตัวเองเสมอว่าทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์อะไร และ 4.Humility คือ มีความนอบน้อมถ่อมตน ซึ่งจะทำให้เราเข้าได้กับทุกที่ทุกคน เสมือนเป็นน้ำที่แทรกซึมได้ทุกที่ อย่าง สธ.เองต้องทำงานร่วมกันกับคนเยอะ หน้าที่จะต้องทำให้ประชาชนดูแลสุขภาพของตนเองด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน

“หากมีค่านิยม 4 ข้อนี้ในสาธารณสุขทุกคน ทุกพื้นที่ จะทำให้ สธ.เดินสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐมนตรี ปลัด หรือผู้บริหารใหม่ก็ตาม เพราะเป็นการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เป็นระเบิดจากภายใน ซึ่งเรามีระเบิดอยู่มากมาย ต้องทำให้สิ่งที่มีอยู่ระเบิดออกมาเกิดศักยภาพให้ประชาชนได้ประโยชน์ ” นพ.ปิยะสกลกล่าว และว่า สธ.จะมีการพัฒนาความเป็นเลิศ 4 ด้าน คือ ด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P Excellence) ที่จะต้องขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละพื้นที่ จะเอารูปแบบของ รพ.อุ้มผาง มาใช้ที่ รพ.สันป่าตอง ก็คงไม่ได้ 2.ด้านการจัดระบบบริการสุขภาพ (Service Excellence) รพ.สังกัด สธ.ต้องมีการประสานเครือข่าย รพ.ทั้งประเทศในทุกสังกัด รวมถึงภาคเอกชนจะต้องมีการร่วมมือกันในการพัฒนาบริการ 3.ด้านการพัฒนาคน (People Excellence) บุคลากรต้องมีความมั่นคงในคุณธรรมและมีปัญญาที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆ และ 4.ด้านระบบบริหารจัดการที่มีคุณธรรม (Governance Excellence) ให้คุณค่าผู้ป่วยด้วยการ เข้าใจ เข้าถึง พึ่งได้

ผู้สื่อข่าวถามภายหลังการเปิดงานถึงนโยบายการเดินหน้าลดปัญหายาเสพติดในปี 2560 นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า นโยบายของ สธ.คือ ผู้เสพคือผู้ป่วย แต่กรณีการกระทำผิดกฎหมายยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ในส่วนของสาธารณสุขจะไม่ถือว่าผู้เสพเป็นอาชญากร ดังนั้น นับจากนี้หากมีการผ่องถ่ายผู้เสพมาเป็นผู้ป่วยก็จะต้องมีการบำบัด ซึ่งได้ให้ทาง รพ.ในสังกัด หน่วยงานในสังกัดดำเนินการดูแลเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นในส่วนของความชัดเจนเรื่องลดระดับตัวเมทแอมเฟตามีนและแอมเฟตามีน จะต้องหารือร่วมกับกระทรวงยุติธรรมและนักวิชาการที่เกี่ยวข้องว่าจะลดระดับอย่างไร เนื่องจากแอมเฟตามีนมีประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่เมทแอมเฟตามีนเป็นอนุพันธ์ แต่อันตรายมีผลต่อการเสพติด ซึ่งก็ต้องพิจารณาอีกว่าจะลดระดับจากยาเสพติดให้โทษเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอย่างไร ส่วนนโยบายอื่นๆ ของ สธ.ก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป เน้นประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข

Advertisement