อดีตเทศมนตรีมหาสารคาม ร้องสื่อ คุ้ยปม ‘พี่ชาย’นักเคลื่อนไหวต้านทุจริต หายลึกลับ 9ปี ที่บ้านไผ่

8.09.16 | 14:56 น.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 กันยายน ที่สน.ทุ่งสองห้อง นายประเสริฐ เหล่าโสภาพันธ์ อดีตเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม เดินทางเข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชนที่สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีและตรวจสอบกรณีการงัดตู้เก็บสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชั้น 4 ที่ปรากฏตามสื่อมวลชน ภายในตู้สำนวนดังกล่าวมีสำนวนคดีของนายกมล เหล่าโสภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน สมาชิกเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันด้วย ซึ่งเป็นพี่ชายของตนอยู่ด้วย
“ขณะนี้นายกมลได้ถูกบังคับให้เป็นบุคคลสูญหาย เนื่องจากว่านายกมลได้พบเห็นความไม่ชอบมาพากลของเจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวกับการเช่าที่ดินบริเวณหน้าสถานีรถไฟบ้านไผ่ และการเช่าสำนักงานศาลปกครองขอนแก่น จากนั้นนายกมล ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ตามหน้าที่ของพลเมืองดี กระทั่งเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2551 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เนติพงศ์ ธาตุทำเล ผกก.สภ.บ้านไผ่ ในขณะนั้น) ได้โทรศัพท์ไปขอไกล่เกลี่ยไม่ให้มีการแจ้งความในดำเนินคดีดังกล่าวแต่ไม่เป็นผล กระทั่งช่วงดึกของคืนวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2551 นายกมลได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ที่ สภ.บ้านไผ่ และได้หายตัวไปในวันดังกล่าว กระทั่งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 ทางภรรยาของนายกมลได้ไปสอบถามที่สภ.บ้านไผ่ว่านายกมลอยู่ไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตอบกลับว่านายกมลกลับไปตั้งแต่เวลา 23.40 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นไม่ได้ที่นายกมลจะไม่ถึงบ้านเนื่องจากบ้านพักและสภ.บ้านไผ่อยู่ห่างกันไม่เกิน 1 กิโลเมตร ต่อมาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 ตนซึ่งอยู่กทม.จึงได้เดินทางร้องทุกข์กับทางกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ต่อมากรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องให้เป็นคดีอาญาพิเศษ กระทั่งเมื่อวันที่ 11-12 สิงหาคม 2552 ทราบเรื่องจากหนังสือพิมพ์ว่ามีการงัดตู้ชั้น 4 ของดีเอสไอ ซึ่งตู้ที่งัดนั้นเป็นตู้ที่เก็บสำนวนของนายกมลพี่ชายของตนและคดีอื่นจึงได้สอบถามไปทางดีเอสไอ ดีเอสไอแจ้งว่าไม่มีเอกสารอะไรหาย “นายประเสริฐ กล่าว
นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ต่อมาในปี 2556 ดีเอสไออ้างว่าไม่สามารถดำเนินคดีต่อได้ เนื่องจากเอกสารหลักฐานไม่เพียงพอแต่ทางดีเอสไอไม่ยอมแจ้งตน เพิ่งมาแจ้งเมื่อปี 2557 อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวมีนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องด้วย และเชื่อว่ามีเอกสารหายไป อีกทั้งทางจากการสืบสวนของตำรวจกองบังคับการปราบปรามพบการติดต่อกันอย่างน่าสงสัยของนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาตนได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนกับทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บ้านพัก พร้อมทั้งในวันนี้ได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังกับพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรทผบช.น.เข้าตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามตนสงสัยว่าการหายตัวไปของนายกมลนั้นเอาจมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ต่างจากคดีของนายธวัชชัย อนุกูล อายุ 66 ปี อดีตเจ้าพนักงานที่ดินพังงา สาขาท้ายเหมือง