เมื่อเวลา 10.30 วันที่ 9 กันยายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวเรื่อง ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณี การเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการควบคุมของดีเอสไอ พร้อมทั้งเชิญ นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายนายธวัชชัย มาร่วมแถลงด้วย
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า จากกรณีที่นายธวัชชัย ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงานดีเอสไอ ได้กระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการผูกคอ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และประชาชนได้มีข้อสงสัยหลายประเด็น รวมถึงระบบกล้องวงจรปิดของดีเอสไอนั้น ที่ผ่านมาทางดีเอสไอพยายามพูดและแถลงข่าวให้น้อยที่สุด เนื่องจากมีทั้งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่เกิดหตุ และเป็นผู้ชันสูตรพลิกศพถึงสาเหตุการเสียชีวิต ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ อีกส่วนคือคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นโดยปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่มีการเชิญหน่วยงานนอกกระทรวงมาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว และในส่วนของดีเอสไอก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในเช่น ซึ่งในส่วนนี้ตนจะไม่ขอแถลงผลการตรวจสอบ
“10 วันที่ผ่านมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในการแจ้งเหตุก็ดี หรือการรายงานเหตุก็ดี รายงานข้อมูลที่เป็นเท็จต่อผู้บังคับบัญชา จากการที่นายธวัชชัยผูกคอเสียชีวิต กลับแจ้งว่าเป็นลมหมดสติ ซึ่งเป็นเรื่องที่สับสนอย่างแน่นอนว่าเกิดอะไรกันแน่ วัสดุที่ใช้ในการผูกคอเสียชีวิตคือถุงเท้า แต่แจ้งครั้งแรกว่าเป็นการใช้ผ้า ซึ่งสังคมก็จะถามว่ามันเกิดแอะไรขึ้น ทำไมไม่ตรงกัน ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ตนเชื่อว่าทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการเรียกไปสอบปากคำแน่นอน ว่าทำไมจึงมีการแจ้งเท็จ เพราะข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ตรงนี้ อย่างไรก็ตาม ทางเรายินดีให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการทุกชุดที่ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ นอกจากนี้ หลายสื่อก็มีการพูดถึงว่าการเสียชีวิตเกี่ยวกับคดีสำคัญหรือไม่ ดังนั้น เราจะชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงเพื่อทำให้ความจริงได้ปรากฎ อีกทั้ง ในคดีอื่นเราก็ทำอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ของเรา เราก็ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้ปรากฎ” พ.ต.อ .ไพสิฐกล่าว

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่มีการพูดกันหลายส่วนว่ามีหรือไม่มี โดยในวันนี้เราจะสรุปเรื่องกล้องวงจรปิดของดีเอสไอให้ทราบ คือ 1.อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีระบบกล้องวงจรปิดบริเวณตัวอาคาร 49 ตัว ซึ่งติดตั้งเมื่อปี 2550 โดยอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์สื่อสาร สำนักพัฒนาและสนับสนุนคดีพิเศษ การทำงานของกล้องมีระบบดูภาพสด และระบบบันทึกภาพ เพื่อดูย้อนหลังผ่านการบันทึกบนเซิร์ฟเวอร์ มีการใช้งานตลอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยการติดตั้งกล้องวงจรปิด จะมีพื้นที่ 2 ส่วน คือ พื้นที่ส่วนกลางในตัวอาคาร เช่น บริเวณหน้าลิฟท์ โถงทางเดินในแต่ละชั้น และพื้นที่ส่วนปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สำหรับพื้นที่ที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหาอยู่บริเวณชั้น 6 ของตัวอาคาร มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดพื้นที่ส่วนกลางบริเวณโถงทางเดิน ส่วนในเขตพื้นที่ควบคุมผู้ต้องหานั้นมีการติดกล้องวงจรปิดบริเวณทางเดินส่วนกลาง แต่ในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องเฉพาะบุคคล ไม่มีการติดกล้องวงจรปิดไว้ภายในห้อง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล 2.เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2559 ศูนย์สื่อสารฯ ตรวจพบความผิดปกติของระบบบันทึกภาพเพื่อดูภาพย้อนหลัง จึงทำบันทึกรายงานเหตุและขอซ่อมแซมระบบเซิฟเวอร์ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ในชั้นการพิจารณาเห็นว่า ระบบดังกล่าวมีการใช้งานมาตั้งแต่ปี 2550 และในปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาไปมากแล้ว จึงเห็นควรจัดหาระบบกล้องวงจรปิดใหม่ และมีการดำเนินการจัดหาและทำสัญญากับผู้รับจ้างเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยกำหนดดำเนินการเสร็จสิ้นวันที่ 27 ต.ค.นี้

พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ระบบเดิมยังสามารถใช้ดูภาพสดได้ และผู้รับจ้างก็ทยอยติดตั้งกล้องวงจรปิดชุดใหม่อยู่ ระหว่างนี้ ทางศูนย์สื่อสารฯได้นำระบบกล้องวงจรปิดสำรองที่ติดตั้งอยู่ที่อาคารสถาบันการสอบสวนคดีพิเศษ มาติดตั้งบริเวณชั้น G แทนก่อน เนื่องจากเห็นว่าเป็นจุดสำคัญที่ใช้สำหรับผ่านเข้าออกอาคาร และ 3.ในวันเกิดเหตุกล้องวงจรปิดสำรองบริเวณชั้น จี มีการบันทึกภาพบุคคลที่เข้าออกอาคารไว้ได้ทั้งหมด รวมทั้งภาพก่อนและหลังเวลาเกิดเหตุด้วย ซึ่งดีเอสไอได้ส่งภาพดังกล่าวให้กับคณะพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง แล้ว และได้นำเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดเดิมส่งให้ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อนำส่งตรวจพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ จากการเปิดตรวจภาพดูย้อนหลัง ไม่พบภาพภายในพื้นที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหา
“ทางขึ้นอาคารดีเอสไอหลังจาก 6 โมงเย็นแล้ว ทุกช่องทางจะถูกปิดหมด และใช้ลิฟต์ได้เพียงตัวเดียวคือลิฟต์ที่อยู่ตัวในสุด และลิฟต์ที่ใช้งานปกติจะถูกเปิดประตูทิ้งไว้หมดโดยไม่สามารถใช้งานได้ ทางขึ้นทางอื่นไม่ว่าจะเป็นทางเชื่อมก็จะถูกปิดหมด ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างสุดในคืนวันเกิดเหตุ จะเห็นว่ามีรถของโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะมาถึงในเวลา 01.15 น. เมื่อพยาบาลมาถึงทางรปภ.ก็พาตัวพยาบาลขึ้นไปยังห้องเกิดเหตุ โดยใช้ลิฟต์ตัวในที่ใช้ได้เพียงตัวเดียว หากดูที่กล้องแล้วก็จะพบว่ามีเวลาบอกอยู่ และจะเห็นได้ว่ามีพยาบาลนำเตียงเข็นขึ้นไป ซึ่งสื่อจะเห็นเวลาที่กล้องบอกว่าอยู่ว่าขึ้นไปกี่นาทีและลงมากี่นาที ก่อนที่พยาบาลจะออกไปจากดีเอสไอพร้อมตัวนายธวัชชัย ซึ่งภาพพวกนี้ทางดีเอสไอได้ส่งไปให้สน.ทุ่งสองห้องตรวจสอบหมดแล้ว ว่ามีการแก้ไขเวลา หรือตัดต่อทางเทคนิคหรือไม่” อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังกล่าวพร้อมกับเปิดภาพนิ่งขณะควบคุมตัวนายธวัชชัยในวันที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม โดยระบุว่า เนื่องจากมีประเด็นสงสัยในเรื่องของถุงเท้าที่ผู้เสียชีวิตใช้ในการผูกคอ จากภาพจะเห็นว่าตั้งแต่วันที่ทำการจับกุมผู้เสียชีวิตสวมถุงเท้ามีความยาวประมาณครึ่งแข้ง ซึ่งเป็นถึงเท้าที่ใส่มาตลอด และเมื่อเปิดภาพที่อยู่ระหว่างทำบันทึกผู้ต้องหา จะพบว่าถุงเท้าเริ่มย่นลงมาต่ำกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังเปิดภาพนิ่งขณะที่นยธวัชชัยอยู่ในห้องควบคุมผู้ต้องหา โดยมีการถอดอุปกรณ์การแต่งกายส่วนตัวไว้ที่ห้อง ทั้งถุงเท้า รองเท้า และเข็มขัด รวมไว้ในกล่องซึ่งตั้งไว้ที่หน้าควบคุมผู้ต้องหา และเป็นภาพที่นายธวัชชัยพักผ่อนอยู่ภายในห้อง
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า นอกจากภาพดังกล่าวแล้ว ยังมีภาพที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน ซึ่งเป็นภาพที่ รปภ. เข้าทำการปั๊มหัวใจของนายธวัชชัย ก่อนที่พยาบาลจะมาถึง และยังมีภาพที่ทางพยาบาลมาปั๊มหัวใจด้วย ซึ่งในส่วนนี้เอง หลักฐานทั้งหมดดีเอสไอส่งให้พนักงานสอบสวนหมดแล้ว และพนักงานสอบสวนก็จะส่งไปกองพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบต่อไป
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอเบื้องต้นไปแล้ว ซึ่งผลการสอบปากคำตนไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด และขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบมีความผิดก็จะดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่า ในช่วงเกิดเหตุไม่มีบุคคลภายนอก นอกจากเจ้าหน้าที่พยาบาลจากโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ส่วนการเข้าไปยังห้องควบคุมนั้นเป็นทางเข้าออกเพียงทางเดียว และต้องใช้คีย์การ์ดในการเข้าออกเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ รปภ.อยู่ใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ใช่ และสื่อก็จะถามว่าจะมีคนนอกขึ้นไปหรือไม่ ซึ่งหากขึ้นทางช่องทางปกติมันก็ต้องผ่านกล้องตัวล่างที่สามารถจับภาพได้อยู่แล้ว ซึ่งหากเข้าช่องทางอื่นเราก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจะเข้าไปอย่างไร เพราะหากจะเข้าห้องมันต้องใช้คีย์การ์ดในการแตะเพื่อเข้าไปยังห้อง และถ้าจะเข้าไปห้องที่ควบคุมผู้ต้องหาก็จะต้องใช้กุญแจ ซึ่งเป็นระบบของมันอยู่แล้ว
“เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกปิด หากเจ้าหน้าที่ของเราทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการทางวินัยไป ทางอาญาก็ดำเนินไป คนในกรมมีเป็นพันคน ทางผู้บริหารเอง ตัวอธิบดีเอง ก็คงไม่ไปปกป้องคน 3-4 คนที่กระทำผิดแน่นอน และเชื่อคณะกรรมการที่มีการเชิญคนนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบ ก็จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของเราไปสอบปากคำด้วย” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

เมื่อถามต่อว่า ดีเอสไอทราบว่ากล้องวงจรปิดมีปัญหาขัดข้อง ทำไมดีเอสไอจึงไม่ย้ายผู้ต้องหาไปควบคุมตัวไว้ที่อื่น อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมา ดีเอสไอไม่เคยเกิดปัญหาอย่างนี้ อีกทั้ง ห้องควบคุมผู้ต้องหาก็มีการดูแลความปลอดภัยเป็นอย่างดี และได้มาตรฐาน ซึ่งกรณีนี้เป็นกรณีแรกที่เกิดเหตุขึ้น จึงอยากให้รอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ซึ่งจะมีความชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ เราไม่ได้มีการประมาท จะเห็นได้ว่าชั้นล่างของอาคารเราก็นำกล้องมาเปลี่ยนเพื่อให้มันครอบคลุมพื้นที่ได้ และถ้ามีคนเข้าออกก็จะผ่านตรงนี้ ซึ่งการสอบสวนเราได้สอบปากคำทั้งเจ้าหน้าที่ข้างล่าง คนที่จับกุม คนที่สอบสวน ซึ่งรายละเอียดเราไม่ขอเปิดเผยเป็นเรื่องในสำนวน
เมื่อถามว่า รปภ. ที่อยู่ในวันเกิดเหตุมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือไม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า เท่าที่สอบถามทางรปภ.ระบุว่า เคยเข้ารับการอบรม ซึ่งในวันเกิดเหตุหลังจากที่พบว่านายธวัชชัยผูกคอตัวเอง ก็ได้เร่งเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาเปิดห้อง และบอกด้วยว่า ขณะนั้นนายธวัชชัยยังหายใจอยู่นิดหน่อย จึงเร่งช่วยเหลือ ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น เป็นเรื่องของสำนวน ทั้งนี้ หากญาติยังติดใจอยู่เราก็จะให้ญาติดูผลการสอบสวนของเราได้

ด้านนายชัยณรงค์ กล่าวว่าไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องที่ดีเอสไอได้แถลงข่าวในวันนี้ ส่วนเรื่องการผ่าชันสูตรพลิกศพครั้งที่2 เป็นความต้องการของดีเอสไอไม่ใช่ของตน ซึ่งตนก็จะรอดูผลอีกครั้ง ทั้งนี้พอใจการชี้แจง ในส่วนหนึ่ง จะคอยผลจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และสถาบันนิติเวชวิทยาอย่างไรก็ตาม ตนพอใจเกี่ยวกับการดำเนินการของดีเอสไอในบางส่วนแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวดังกล่าว พ.ต.อ.ไพสิฐ พาสื่อมวลชนขึ้นไปยังชั้น 6 ของอาคารดีเอสไอ ซึ่งเป็นชั้นที่ใช้ในการควบคุมตัวผู้ต้องหา และเป็นห้องที่ใช้ในการควบคุมตัวนายธวัชชัยในวันเกิดเหตุ โดยบริเวณห้องที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้มีการกั้นพื้นที่ ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว เนื่องจากเกรงว่าพยานหลักฐานจะหาย อีกทั้ง พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังได้มีการอธิบายการดูแลผู้ต้องหาภายในห้องควบคุมตัว พร้อมทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้า ขึ้นมาจำลองให้ผู้สื่อข่าวดูว่า สามารถใช้คล้องกับบานพับประตูได้หรือไม่ หลังจากพาดูควบคุมผู้ต้องหาเสร็จแล้ว อธิบดีดีเอสไอลงมายังชั้นG ของอาคาร เพื่อพาไปดูห้องควบคุมระบบกล้องวงจรปิดของดีเอสไอ เพื่อให้สื่อได้เห็นภาพการทำงานและระบบการทำงานของกล้องวงจรปิดด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในห้องได้อธิบายว่า กล้องวงจรปิดที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นกล้องรุ่นเก่าที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งกล้องรุ่นนี้ปัจจุบันสามารถใช้ในการตรวจดูภาพการเข้าออกได้ตามปกติ แต่บางกล้องบางตัวไม่สามารถบันทึกภาพได้ เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์มีปัญหา และอยู่ระหว่างการแก้ไข ส่วนกล้องตัวใหม่ที่อยู่ระหว่างการติดตั้งนั้น หากเปิดกล้องและไม่บันทึกภาพกล้องก็จะไม่ทำงาน คือกล้องรุ่นใหม่เมื่อมีการเปิดใช้งานก็จะสามารถบันทึกภาพอัตโนมัติ
https://youtu.be/DFavUwbOD4U

