โครงการ ‘เจ้าพระยา’ รับฟังความเห็นครั้งสุดท้าย ชาวบ้าน ‘เสียงแตก’ สจล.แจงมีทางเลือกให้ชุมชน

9.09.16 | 15:56 น.

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ มีการจัดการประชุมเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของโครงการสำรวจ ออกแบบ และจัดทำแผนแม่บทเพื่อพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (Chao Phraya for All) 57 กม. ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและกทม.มอบหมายให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.)เป็นที่ปรึกษาการสำรวจออกแบบแผนแม่บท โดยในการประชุมครั้งนี้ โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาคส่วนต่างๆเข้าร่วม อาทิ สำนักการโยธา กทม., สจล., มข. รวมถึงชาวบ้านในชุมชนต่างๆบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนจะมีการส่งมอบงานในวันที่ 26 ก.ย.นี้

รศ.ดร. สกุล ห่อวโนทยาน ผู้จัดการโครงการ (สจล.) กล่าวว่า ความคืบหน้าของโครงการมีการจัดทำแผนแม่บทเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาออกแบบพัฒนาต่อจากโครงการนำร่องในส่วนของโครงการระยะ 14 กม. จากสะพานพระราม 7 ถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยแบบที่สจล. จะส่งมอบแก่กทม.ในวันที่ 26 กย. มีเพียงแบบเดียว แต่บางชุมชนจะมีแบบทางเลือกสำหรับการพิจารณาตัดสินใจต่อไป เช่น ชุมชนเทวราชกุญชร ชุมชนมิตตคาม ชุมชนสีคาม เป็นต้น

ผศ.ดร. อันธิกา สวัสดิ์ศรี รองผู้จัดการและโฆษกโครงการ กล่าวว่าที่ผ่านมา ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น โดยลงไปชุมชน 4-6 ครั้ง เก็บข้อมูลเรื่องความต้องการ ความกังวลของชาวบ้าน รวม 300 ครั้ง ใน13 เขตที่โครงการผ่านไปถึง เขตละ 2 ครั้ง ส่วนหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการลงพื้นที่ รวม 400 ครั้ง ด้านสมาคมวิชาการ วัด โบราณสถาน ทั้งหมด 30 แห่ง ภาคประชาชน 6 กลุ่ม ประชาคมย่านต่างๆ มีการประชุมกลุ่มย่อย ซึ่งได้ผลสะท้อนว่าบางชุมชนอยากให้พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ และสร้างพิพิธภัณฑ์ ในขณะที่บางชุมชนกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว ซึ่งทางโครงการได้รวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีการสัมภาษณ์ผู้มีวิสัยทัศน์ของเมือง เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเช่น ดร. สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ซึ่งเคยศึกษาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาก่อน รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในงานมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากจนเต็มห้องประชุม อย่างไรก็ตาม สังเกตได้ว่ามีชาวบ้านจากชุมชนต่างๆค่อนข้างน้อย นอกจากนี้พิธีกรมีการกล่าวย้ำบ่อยครั้งตั้งแต่เริ่มต้นการประชุมรวมถึงระหว่างการประชุมว่า ขอให้ในวันนี้มีความสมานฉันท์ สามัคคี ไม่โกรธเคืองกัน แต่มาหาทางออกร่วมกัน

เจ้าพระยา03

Advertisement

นางภารนี สวัสดิรักษ์ นักวิชาการอิสระด้านผังเมือง ในฐานะตัวแทนกลุ่มสมัชชาแม่น้ำ กล่าวว่า ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องแบบ แต่ในส่วนของงานซึ่งที่ปรึกษาโครงการฯ ต้องทำ คือ แผนแม่บท ซึ่งวันนี้ตนยังไม่เห็นมีการนำเสนอเลย นอกจากนี้ ในเวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาแล้วทั้ง 2 ครั้ง ก็ไม่มีเช่นกัน จะมีก็เพียงแผนที่เท่านั้น ไม่ใช่แผนแม่บทรวมถึงการวิเคราะห์ใดๆ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าล่าสุด กทม. ได้ชี้แจงที่กระทรวงมหาดไทยว่า ที่ปรึกษาโครงการทำแผนแม่บทแล้ว อีกทั้งการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก็เป็นการอธิบายเป็นหัวข้อเท่านั้น อยากถามว่ารายละเอียดอยู่ไหน หากไม่มี กทม. จะรับงานในวันที่ 26 ก.ย. ได้อย่างไร

นาย ยศพล บุญสม จากกลุ่ม FRIENDS FOR RIVER กล่าวว่า โครงการนี้ขาดความน่าเชื่อถือในกระบวนการทำงาน การใช้เวลาศึกษาเพียง 5 เดือน ซึ่งความจริงแล้วต้องศึกษาทางเลือกของการพัฒนา และนำมาศึกษาความเป็นไปได้ รวมถึงความคุ้มค่า ไม่ใช่มีธงอยู่แล้ว ส่วนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ก็ไม่ได้สนใจกระบวนการศึกษาผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง เป็นเพียงการศึกษาเพื่อสรุปว่าสามารถสร้างทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ส่วนตัวมองว่าหากภาครัฐรับงานที่ขาดความรอบด้านเช่นนี้ อาจเกิดความแตกแยกตามมา เพราะที่ผ่านมาก็มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า โครงการนี้จะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนดิสนีย์แลนด์

“นักท่องเที่ยวต่างชาติ พอเห็นโครงการนี้ เขาบอกว่าเป็นการทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนดิสนีย์แลนด์ เป็นการทำลายรากของเราทั้งหมด จึงไม่สามารถนำไปสู่การกล่าวอ้างว่า รักษามรดกชาติ และมรดกโลกได้เลย ในการศึกษาต้องดูทางเลือกของการพัฒนา ไม่ได้ใช่เรื่องความแคบกว้างของทางเดิน ต้องเอาทางเลือกมาศึกษาความเป็นไปได้ กทม.และรัฐบาลไม่ควรรับงานที่ขาดความน่าเชื่อ ไม่รอบด้าน มิฉะนั้นอาจเกิดความแตกแยก” นายยศพลกล่าว

ด้านประธานชุมชนตรอกวังหลัง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการที่ดี แต่การทำงานของทีมงานไม่ดี ไม่เห็นความสำคัญ ไม่ให้เกียรติชุมชน เช่น การประชุมต่างๆ ไม่มีการแจ้งรายละเอียด และไม่ได้มีการลงพื้นที่ในชุมชนจริงๆ

“ชุมชนติดแม่น้ำในเขตบางกอกน้อย มี 3 ชุมชน มีประธานชุมชนไป 2 คน นอกนั้นข้าราชการหมดเลย เอกสารก็ไม่มีแจก ฟังจบจะรู้เรื่องไหม ท่านไม่มีเอกสารสักชิ้น แล้วจะประธานชุมชนมโนไปเล่าให้ลูกบ้านฟังอย่างไร” ประธานชุมชนกล่าว

เจ้าพระยา04

นาย วรพจน์ บุตรลพ จากหมู่บ้านวัดคอนเซ็ปชัญ กล่าวว่า ตนขอพูดด้วยใจไม่มีสคริปต์ว่า ภาพรวม ทุกอย่างไปด้วยดี เชื่อว่าหากโครงการนี้เป็นจริงตามภาพที่วางแผนไว้ ขอสนับสนุนร้อยเปอร์เว็นต์ โดยเชื่อว่าชาวบ้านสามารถร่วมมือได้ อย่าคิดว่าจะเกิดผลเสียตลอด ขอให้ก้าวไปข้างหน้า พัฒนาต่อยอด
ตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนวัดเทวราชกุญชร 2 ราย กล่าวว่า ตนมีเอกสารสิทธิ์ แต่กทม.กลับ บอกว่าตนรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ บ้านย่านเหล่านั้นเป็นที่ดินประวัติศาสตร์ทั้งหมด และเป็นชุมชนแรกๆที่ร่วมออกแบบกับสจล.แต่ขณะนี้รู้สึกผิดหวังว่า คู่มือและแผนผังไม่มีแบบของชุมชน โดยเพิ่งทราบว่ากทม.พยายามให้เป็นพื้นที่สาธารณะเหมือนป้อมมหากาฬ 2 ซึ่งตนจะขอยื่นเอกสารให้นายเกรียงศักดิ์ โลหะชาละ เพื่อขอความเป็นธรรม

ชาวบ้านริมคลองชักพระและชุมชนเขตบางกอกน้อย กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากแบบ มีความสวยหรูมาก แต่คนในพื้นที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย สำนักการโยธาไม่ได้แจ้งรายละเอียด อยากขอร้องให้มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จริงๆ นอกจากนี้ ยังมีคำถามว่า บ้านที่ได้รับผลกระทบ จะชดเชยหรือเยียวยาอย่างไร
นายศิริชัย โพธิ์ศรี ผู้ทรงคุณวุฒิ-ที่ปรึกษากฎหมายสภาองค์กรชุมชนเขตบางพลัด กล่าวว่า จากที่ตนได้พูดคุยกับชุมชนริมแม่น้ำ 13 จาก 17 ชุมชนเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว แต่หากเกิดผลกระทบ ขอให้คิดว่าจะดูแลหาที่อยู่อาศัย และบรรเทาทุกข์อย่างไรให้ชาวบ้านมีโอกาสอยู่ในสังคมต่อไป โดยต้องทำอย่างรับผิดชอบและเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

เจ้าพระยา02

นายจีรศักดิ์ พูลสง เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบ 309 ครัวเรือน ซึ่งทางพอช. มีแนวทางการเยียวยาช่วยเหลือ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. ย้ายไปอยู่ในสถานที่ซึ่งภาครัฐจัดเตรียมไว้แล้ว จำนวน 64 ครัวเรือน จาก 5 ชุมชน 2. ย้ายไปบ้านเอื้ออาทร นครชัยศรี โดยสมัครใจ 3. ซื้อที่ดินจัดสร้างชุมชนใหม่ โดยจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากพอช. และชาวบ้านร่วมจ่ายเดือนละ 2,000 กว่าบาท

ตัวแทนจากกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่าทางกรมเพิ่งได้รับการติดต่อจากทางโครงการก่อนหน้านี้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งมีจุดที่ทางหน่วยงานรู้สึกเป็นห่วง คือ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 3 แห่ง ได้แก่ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานพระรามเจ็ด และสะพานกรุงธน โดยในแบบมีการใช้พื้นที่ใต้สะพาน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ และใช้สำหรับการดูแลรักษา จึงต้องสงวนไว้ ที่ผ่านมาทางโครงการฯ ไม่เคยหารือกับกรมฯ มาก่อน นอกจากนี้ ยังขอฝากไว้ใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ทางกายภาพ ทางเดินที่จะผ่านบนสะพาน มีความสูงช่องลอดเหมาะสมหรือไม่ 2.เส้นทางกระทบตอหม้อในน้ำหรือไม่ 3. การเข้าถึงพื้นที่โครงการฯ คนนอกรวมถึงผู้ที่จะใช้ท่าเทียบเรือจะทำอย่างไร 4. ไม่ว่าจะมีโครงการใดๆที่ใช้พื้นที่ใต้สะพาน กรมฯจะมีคณะกรรมการพิจารณา ซึ่งโครงการฯ ต้องนำรูปแบบรายละเอียดนำเสนอเป็นทางการ

เจ้าพระยาา05

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเวทีประชุมจบลง นายสุวัฒน์ นันทนสิริวิกรม สถาปนิกอิสระ ในนาม ‘สถาปนิกจิตอาสา’ ได้นำแบบที่ตนทำขึ้นจากการลงพื้นที่ย่านบางอ้อมามอบให้ชาวบ้านเพื่อนำไปเสนอต่อสจล. โดยเป็นแบบที่ไม่มีทางเลียบแม่น้ำ โดยระบุว่าเป็นแบบที่เกิดจากการลงพื้นที่ในชุมชนต่างๆอย่างจริงจังตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เน้นเรื่องความกลมกลืนและเข้ากันกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน เพราะตนมองว่าแบบของสจล. ไม่สอดคล้องชีวิตผู้คนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น การต้องดูแลรักษาอย่างมากในอนาคตหลังเสร็จสิ้นการก่อสร้าง