เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้รับอนุญาต
สืบเนื่องจาก การปฏิบัติงานในช่วงเดือนเมษายน 2564 บก.ปคบ.ร่วมกับ อย.ตรวจค้นสถานเสริมความงามที่ไม่ได้ รับอนุญาต (คลินิกเถื่อน) และจับกุมผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต (หมอกระเป๋า) พร้อมตรวจยึดผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก ตรวจสอบพบมีการใช้กรดไฮยาลูรอนิค ชนิดฉีด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผิวหนัง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม (ฟิลเลอร์) ที่ไม่ได้รับอนุญาต ฉีดให้กับผู้ใช้บริการ ซึ่งอาจเกิดอันตรายแก่ร่างกาย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ ประสานข้อมูลกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสืบสวนขยายผลหาแหล่งนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้รับอนุญาต ดังกล่าว จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า เครือข่ายที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กับ สถานเสริมความงามและหมอกระเป๋าดังกล่าว อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจ บก.ปคบ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เมโส คอลลาเจน กลูต้า ยาชาครีม วิตามินบี วิตามินซี จำนวนหลายรายการ มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท จากอาคารพาณิชย์ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเจ้าของอาคารพาณิชย์ให้การรับว่า เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ไม่ได้รับอนุญาต และจำหน่ายให้กับสถานเสริมความงาม และหมอกระเป๋าจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจยึดผลิตภัณฑ์ทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้น จากการสอบสวนพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาทและฐาน “ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ควรใช้บริการกับสถานเสริมความงามที่น่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบใบอนุญาตและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาที่จะใช้ว่าได้รับอนุญาตถูกต้อง และแจ้งเตือนผู้ที่กำลังกระทำความผิด ลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้หยุดการกระทำดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีถึงที่สุด หากพี่น้องประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญทั้งเรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด 19 ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัย จึงได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเร่งรัดดำเนินการเพื่อคุ้มครองประชาชน ทั้งนี้ในปัจจุบันพบว่าสาวไทยส่วนใหญ่ รักสวยรักงามและชอบที่จะเข้ารับบริการเสริมความงามทำให้มีการโฆษณาขายยาฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ คอลลาเจน กลูตาไธโอน และเครื่องสำอาง ตามคลินิกเถื่อนอย่างแพร่หลายผ่านทางเว็บไซต์

จึงขอเตือนผู้ที่ต้องการรับบริการให้ระวัง และควรเข้ารับบริการฉีดกับสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลตามกฎหมาย เลือกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ตลอดเวลาทำการ ก่อนการฉีดควรสอบถามและขอดูตัวยาที่ใช้ว่ามีการอนุญาตขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจาก อย. หรือไม่ เพราะอาจเสี่ยงต่อการเสียโฉมหรือเสียชีวิตตามที่เป็นข่าวมานับไม่ถ้วน เพราะการศัลยกรรมหรือการฉีดบนใบหน้าต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคบนใบหน้าเป็นอย่างดี เนื่องจากบนใบหน้ามีกล้ามเนื้อเล็ก ๆ และเส้นเลือดมากมาย จึงต้องฉีดด้วยความระมัดระวัง หากเกิดอันตรายจากการแพ้ ทางสถานพยาบาลจะได้รับผิดชอบและช่วยเหลือได้ทันท่วงที หากพบการลักลอบผลิต นำเข้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556

