เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ สภ.เมืองนครปฐม พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จว.นครปฐม เดินทางมาตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามแนวทางการปฏิรูประบบงานสอบสวน การรับแจ้งความ และงานนิติวิทยาศาสตร์ที่ สภ.เมือง นครปฐม มี พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม บรรยายสรุปความคืบหน้าในการดำเนินการ โดยขณะนี้ได้มีการปรับระบบงานสอบสวน การรับแจ้งความ และงานนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อประกอบเป็นทีมพนักงานสอบสวนแบบบูรณาการตามแนวทางการปฏิรูปองค์กรตำรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยประชาชนมีความพึงพอใจมากขึ้นกับการปฏิรูปสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่งทั่วประเทศ ทั้งในด้านการให้บริการเรื่องสถานที่จอดรถ ห้องน้ำ สถานที่รับแจ้งความ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เสียหายที่มีต่อพนักงานสอบสวนมากขึ้น
พล.ต.อ.พงศพัศกล่าวว่า ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 7 มีสถานีตำรวจที่ต้องปฏิรูปให้แล้วเสร็จในระยะเร่งด่วน 1 ปี จำนวน 32 แห่ง ประกอบด้วย จ.นครปฐม 5 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองนครปฐม บางหลวง โพธิ์แก้ว ดอนตูม และนครชัยศรี จ.สมุทรสาคร 3 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โคกขาม และ บ้านแพ้ว จ.ประจวบคีรีขันธ์ 6 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ บางสะพานน้อย หัวหิน สามร้อยยอด ปราณบุรี และบางสะพาน จ.กาญจนบุรี 6 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองกาญจนบุรี ท่าม่วง ท่ามะกา บ่อพลอย ไทรโยค และ ด่านแม่แฉลบ จ.สุพรรณบุรี 5 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ด่านช้าง สองพี่น้อง ดอนเจดีย์ และ สามชุก จ.พชรบุรี 4 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองเพชรบุรี เขาย้อย ชะอำ และท่ายาง และ จ.ราชบุรี 3 แห่ง ได้แก่ สภ.เมืองราชบุรี บ้านโป่ง และดำเนินสะดวก
“ในส่วนของ สภ.เมืองนครปฐม เป็นสถานีตำรวจแห่งแรกของตำรวจภูธรภาค 7 ที่มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานประจำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ที่ต้องการให้ชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุออกเดินทางไปพร้อมกับพนักงานสอบสวนเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น เช่นเดียวกับ สน.บางเขน สภ.เมืองนนทบุรี และ สภ.เมืองชลบุรี ที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้ว จากการประเมินผลความพึงพอใจโดยการสอบถามในเบื้องต้น จากพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการบนสถานีตำรวจต่างๆ หลังจากที่ได้มีการปฏิรูปทั้ง 514 แห่งทั่วประเทศ พบว่าพี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น และสนับสนุนแนวทางการปฏิรูปของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้ ทั้งในเรื่องของการให้บริการในด้านต่างๆ เช่น สถานที่จอดรถ ห้องน้ำ สถานที่รับแจ้งความ การให้บริการแบบเสร็จสิ้น ณ จุดเดียว รวมทั้งการทำงานของพนักงานสอบสวนแบบทีมบูรณาการ ซึ่งมีความพร้อมรองรับการทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการมีทีมนิติวิทยาศาสตร์ประจำโรงพัก ซึ่งช่วยให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นศรัทธาและไว้วางใจต่อการทำงานของพนักงานสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานมากขึ้น และเชื่อว่าจะทำให้การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่เป็นต้นธารในกระบวนการยุติธรรม ได้รับการยอมรับจากสังคมและประชาชนโดยทั่วไปมากขึ้นด้วย” รอง ผบ.ตร.กล่าว

