เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายเชาวฤทธิ์ ทรงนวรัตน์ ผู้อำนวยการเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงการดำเนินการกับอาคารพาณิชย์ 177 คูหา ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร ซึ่งเป็นอาคารของสำนักงานตลาด กทม. และมีความเสี่ยงที่จะถล่ม เนื่องจากโครงสร้างไม่มีความมั่นคงแข็งแรงว่า หลังจากได้แจ้งให้ผู้อยู่อาศัยรับทราบปัญหาแล้ว ผู้อยู่อาศัยทั้งหมดต่างรับสภาพที่จะต้องย้ายออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ เขตจตุจักรได้ออกประกาศห้ามเข้า ห้ามใช้อาคารทั้ง 177 คูหา หากผู้ใดฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายทันที
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ให้เวลาผู้อยู่อาศัยในการขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารหรือไม่ นายเชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้ให้เวลา แต่ทุกคนต้องออกจากพื้นที่ทันที เพราะทุกคนเห็นแล้วว่าอาคารไม่ปลอดภัยจริง ทั้งปูนเสื่อมและเหล็กเป็นสนิม ไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาเมื่อใด
เมื่อถามว่า จะรื้ออาคารทิ้งเพื่อสร้างใหม่หรือไม่ นายเชาวฤทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตลาด กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ต้องพิจารณาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร ในส่วนของเขตจตุจักรนั้น เมื่อบังคับคดีให้ผู้อาศัยออกจากอาคารได้หมดแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ ที่เหลือเป็นเรื่องของเจ้าของอาคาร

ด้านนายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ความปลอดภัยของอาคารนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็นอาคารเก่าหรืออาคารใหม่ เพราะอาคารเก่าที่อายุมากกว่า 40 ปี หลายแห่งพบว่ายังมีความมั่นคงแข็งแรง ยังใช้งานได้ดี ทั้งนี้ กรณีอาคารแถวที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 ซึ่งมีอายุใช้งานประมาณ 37 ปี พังถล่มนั้น เบื้องต้นประเมินว่าเกิดจากหลายปัจจัย
“ทั้งการออกแบบก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ สภาพแวดล้อม หรือแม้การใช้งานที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะประเด็นใช้งานไม่เหมาะสมนั้น เช่น สร้างอาคารเพื่อที่อยู่อาศัย แต่กลับมีการนำของหนักเข้าไปเก็บไว้ภายใน ซึ่งจะยิ่งทำให้อาคารรับน้ำหนักไม่ไหวและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การที่จะรู้ว่าอาคารแต่ละแห่งมีความมั่นคงแข็งแรงหรือไม่นั้น เจ้าของอาคารหรือประชาชนจะต้องสังเกตสภาพภาพนอก หากไม่มั่นใจหรือพบว่ามีความผิดปกติ สามารถแจ้งไปยังสำนักงานเขตในท้องที่ หรือ กทม. เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้ และหากพบว่าไม่มั่นคงแข็งแรงจริง สำนักงานเขตจะมีหน้าที่แจ้งให้เจ้าของอาคารรื้อหรือปรับปรุงต่อไป ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีหลายแห่งที่ดำเนินการอยู่ แต่ปัญหาคือไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง เพราะเจ้าหน้าที่มีจำกัด” นายนพดลกล่าว และว่า ปัจจุบันการควบคุมอาคารนั้นมีกฎหมายหลายฉบับที่บังคับใช้กฎหมายของท้องถิ่นคือ กทม.และกฎหมายของกรมโยธาธิการและผังเมือง

