บิ๊กปั๊ด กำชับตำรวจหน่วยเกี่ยวข้องสนับสนุนด้านความมั่นคงตรวจแคมป์แรงงานกทม.-ปริมณฑล จว.ชายแดนใต้ ป้องกันการแพร่เชื้อโควิด

26.06.21 | 17:15 น.

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีตามที่ศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) มีการประชุมและสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฎิบัติในการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน แคมป์คนงาน ในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ นั้นว่าเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา รัฐบาล และ ศบค. มีมติที่ประชุมและมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเน้นย้ำฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้องในการควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามจังหวัด ปิดแคมป์แรงงานก่อสร้าง เฝ้าระวังจุดเสี่ยง จุดหล่อแหลม สถานที่แออัด นั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว และกำชับการปฎิบัติของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสอย่างจริงจัง ต่อมาศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) สั่งการหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง สำหรับมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. ให้ควบคุมหรือปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ไซด์งานก่อสร้าง โดยมีประสานการปฎิบัติระหว่าง กทม. หน่วยงานทหาร และ บช.น. ส่วนพื้นที่ปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม และ ปทุมธานี ซึ่งจะกำหนดเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม โดย ศบค. ให้ควบคุมหรือปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง ไซด์งานก่อสร้าง ประสานการปฎิบัติระหว่าง จว. ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานทหาร และ ตำรวจภูธร จว. และในพื้นที่ จว.ชายแดนใต้ ให้ควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่ประสานการปฎิบัติระหว่าง จว.พื้นที่กับ หน่วยงานทหาร และตำรวจภูธร จว. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) จึงกำชับสั่งการ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ลงมาขับเคลื่อนอย่างจริงจังตามนโยบายรัฐบาล และ ศปม. กำชับหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ทุกพื้นที่ให้ประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานในพื้นที่ ทหาร สาธารณะสุข และหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนกำลัง เมื่อมีการร้องขอ เพิ่มมาตรการในการควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน ข้ามจังหวัด ร่วมตรวจสอบหรือปิดแคมป์คนงานในพื้นที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มพื้นที่ตามเส้นทางระหว่างแนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน ตรวจสอบและควบคุมการเคลื่อนย้ายแรงงาน และเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ


พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ผบ.ตร.ยังคงกำชับให้ ตํารวจภูธรภาค 1- 9, กองบัญชาการตํารวจนครบาล, สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฎิบัติกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยสาธารณะสุขและหน่วยที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ มีมาตรการเข้มในการกวดขันจับกุมการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติ การนำพา การให้ความช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมขยายผลดำเนินคดีถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตามพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศโดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ พร้อมตั้งจุดตรวจ จุดสกัดกั้นเส้นทางเพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาสู่พื้นที่ชั้นใน ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เมื่อได้รับการร้องขอ ออกตรวจสอบ ควบคุมการย้ายแรงงานข้ามจังหวัด แคมป์แรงงานก่อสร้าง สถานประกอบการ สถานบันเทิง แหล่งมั่วสุมที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัส หากมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มายังหมายเลขสายด่วน191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.