ประชุม ‘ก.ตร.’ โยน ตร.พิจารณาหลักฐานใหม่ ‘วิระชัย’ ยื่นร้องทุกข์

28.06.21 | 17:40 น.

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 7/2564 จากนั้นเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2564 ผ่านระบบวิดีโอทางไกล จากทำเนียบรัฐบาล มายังห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง


พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วาระการประชุมที่สื่อมวลชนสนใจ กรณีของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. เป็นเรื่องที่ให้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงใหม่ ตาม พ.ร.บ.วิธีการปฏิบัติราชการการปกครอง 2539 มาตรา 54 ซึ่งสรุปได้ว่า พล.ต.อ.วิระชัย ได้ยื่นเรื่องมายัง ก.ตร. ขอให้ตรวจสอบว่าสิ่งที่ท่านโดนพิจารณา เรื่องการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งคณะกรรมการด้านวินัย และสำรองราชการ โดยมีเอกสารหลักฐานให้ทาง ก.ตร.พิจารณาในประเด็นเหล่านี้ใหม่ ซึ่งอนุ ก.ตร.ด้านวินัย ได้พิจารณาแล้วว่า กรณีดังกล่าวผู้ออกคำสั่งคือ ตร. ซึ่ง ตร. จะต้องเป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่เรื่องของ ก.ตร. ดังนั้นสรุปได้ว่าเป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.วิระชัย เสนอมามีข้อเท็จจริงใหม่ ให้ทางผู้ออกคำสั่งกลับไปทบทวนสิ่งที่เคยออกคำสั่งอีกครั้ง จากนี้ทาง ก.ตร.จะส่งเรื่องไปให้ทาง ตร. ดำเนินการ ซึ่งทางตร.จะมีความเห็นอย่างไรก็เป็นความรับผิดชอบของ ตร. สำหรับกรอบการดำเนินการของเรื่อง ตร.จะเป็นผู้พิจารณาในรูปของคณะกรรมการ

ส่วนการประชุม ก.ต.ช.เป็นการกำหนดตำแหน่ง ในหน่วยที่ตั้งใหม่ คือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ซึ่งมีการทำงานคล้าย กอ.รมน.มีอัตราทั้งหมด 47 อัตรา มีตำแหน่งเทียบเท่า (สบ 6) เทียบเท่า ผบก. 1 อัตรา และศูนย์ฝึกอบรมในสังกัด บช.ก. มีทั้งหมด 142 ตำแหน่ง เป็นตำแหน่งเทียบเท่า ผบก. 1 ตำแหน่ง ในที่ประชุมยังให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. มาสรุปผลการดำเนินการในรอบ 6 เดือน ถึงแม้ว่าจะเป็นหน่วยงานเพิ่งก่อตั้ง และมีอัตรากำลังไม่ถึง 50 % แต่ที่ประชุม ก.ต.ช. ชมเชยว่าผลการปฏิบัติเป็นไปได้ด้วยดี และขอให้มาสรุปผลการปฏิบัติอีกครั้งในรอบ 6 เดือนต่อไป และที่ประชุมยังมีการนำเสนอและประเมินผลงานของกองพิสูจน์หลักฐาน 1-10 ที่มีบทบาทสนับสนุนการทำงานตำรวจในพื้นที่ ซึ่งก็เป็นไปได้ด้วยดี