นักวิจัย สกว.ศึกษาโรคพิษสุนัขบ้า พบมีโอกาสเชื้อรุนแรงขึ้น แม้ไม่เกิดเองตามธรรมชาติ

10.09.16 | 15:26 น.
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา , น.ส.พัทธมน วิโรจนาภิรมย์

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์โรคติดเชื้อ โรคอุบัติใหม่ สภากาชาดไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โดยปกติเชื้อพิษสุนัขบ้าจะเติบโตในเซลล์สมองของสุนัขที่มีอาการ แต่ล่าสุดจากการศึกษาของ น.ส.พัทธมน วิโรจนาภิรมย์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งตนเป็นที่ปรึกษา โดยทำการศึกษาโอกาสเกิดความรุนแรงของเชื้อพิษสุนัขบ้าในเซลล์อื่นๆนอกจากสมอง ซึ่งพบว่า เมื่อมีการนำเชื้อดังกล่าวไปเพาะเลี้ยงในเซลล์ไตของลูกหนูแฮมสเตอร์ กลับพบเชื้อที่มีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

“ปกติจะไม่เป็นเช่นนั้น จึงถือเป็นเรื่องน่าประหลาดมาก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวทำให้ทราบว่า การจะตรวจหาเชื้อพิษสุนัขบ้า จะตรวจแค่จุดใดจุดหนึ่งอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องมีการตรวจรอบด้าน เพื่อป้องกันโอกาสที่โรคจะรุนแรงกว่าเดิม” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว

น.ส.พัทธมน กล่าวว่า เชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าเป็นเชื้อที่ทำให้คนหรือสัตว์ที่ได้รับเชื้อเสียชีวิตทั้งหมด โดยมักจะก่อให้เกิดอาการสมองอักเสบด้วย ทั้งนี้เชื้อไวรัสจะเข้าสู่สัตว์หรือคนผ่านทางน้ำลายที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อบาดแผลที่โดนกัด และจะเพิ่มปริมาณในกล้ามเนื้อก่อนเดินทางไปยังสมองส่วนกลาง ส่งผลให้เกิดอาการแสดงของโรค โดยความสามารถในการก่อโรคจะลดลงได้ด้วยการเลี้ยงเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าในเซลล์ที่มีต้นกำเนิดมากจากเซลล์นอกระบบประสาท หรือโดยการปรับเปลี่ยนทางพันธุกรรม อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการเลี้ยงเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้า (QS-05) ที่ได้จากสุนัขไทยที่ตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้าในเซลล์ไตของลูกหนูแฮมสเตอร์ กลับทำให้เชื้อใหม่ที่ได้นั้นมีความสามารถในการก่อโรคสูงขึ้น

น.ส.พัทธมน กล่าวว่า ตนจึงได้ศึกษาความรุนแรงของเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าหลังทำการเลี้ยงในเซลล์นอกระบบประสาท และศึกษาการเปลี่ยนแปลงระดับพันธุกรรมระหว่างเชื้อไวรัสต้นกำเนิดและเชื้อไวรัสที่เลี้ยงในเซลล์นอกระบบประสาท โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการทำวิจัยเรื่อง “การปรับตัวของเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าในเซลล์ที่มีต้นกำเนิดไม่ใช่ระบบประสาทโดยเชื้อมีความรุนแรงขึ้น:การศึกษาระดับยีนควบคุม” ซึ่งมี ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลการวิจัยพบว่าเชื้อไวรัสดังกล่าวมีความสามารถในการทำให้หนูทดลองตายด้วยการฉีดเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าทั้งทางกล้ามเนื้อและทางสมองโดยตรง ขณะที่เชื้อจากหัวสุนัข ทำให้หนูทดลองตายได้เฉพาะเมื่อฉีดเชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าทางสมองเท่านั้น เมื่อนักวิจัยเปรียบเทียบลำดับเบสทั้งหมดของเชื้อทั้งสอง พบว่ามีการกลายพันธุ์แบบ missense mutation หรือการสร้างรหัสพันธุกรรมที่ผิดปกติไปจากเดิม หรือพูดง่ายๆ มีความผิดปกติในรหัสพันธุกรรม 3 ตำแหน่ง จากการค้นพบดังกล่าว ไม่ต้องกังวล เพราะไม่ได้เกิดในกลไกตามธรรมชาติ เพียงแต่จะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ป้องกันความรุนแรงของเชื้อในอนาคตได้