เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกก.สส 2 บก.สส.บช.น. จับกุมนายวิทยา มูลสานต์ อายุ 28 ปี นายณัฐพล พรมวงษ์ อายุ 23 ปี น.ส.ภนิตา ภิรมย์สุภาพ อายุ 25 ปี นายพีรพล ดีสอน อายุ 28 ปี พร้อมยาบ้า ประมาณ 21 กระสอบ รวม 8,410,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ได้บริเวณลานจอดรถสถานีจ่ายน้ำมัน สาขาพัฒนานิคม 1 ถนนสระบุรี-หล่มสัก ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี
สืบเนื่องจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดีในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งสืบสวนขยายผลเรื่อยมาจนทราบว่ามีกลุ่มของนายวิทยา กับพวกพักอาศัยย่านบางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีพฤติกรรมลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสาน มาส่งให้กับลูกค้าในเขตภาคกลาง โดยใช้รถยนต์ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน 7กฆ 7011 กรุงเทพมหานคร และรถกระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บย 6294 ประจวบคีรีขันธ์ ในการลำเลียงยาเสพติดให้กับลูกค้า โดยใช้เส้นทางหนองคาย-อุดรธานี-ขอนแก่น-ชัยภูมิ-เพชรบูรณ์-ลพบุรี-สระบุรี เป็นประจำ ก่อนส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าย่านกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ ซึ่งชุดจับกุมสืบสวนติดตามดูพฤติการณ์เรื่อยมาจนเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา สืบทราบว่านายวิทยากับพวกเดินทางกลับจากจังหวัดหนองคาย เชื่อว่าไปรับยาเสพติดจึงวางกำลังตามเส้นทางที่กลุ่มดังกล่าวเคยใช้พบรถยนต์ทั้ง 2 คันดังกล่าวบริเวณพื้นที่ อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ จึงสะกดรอยติดตามเรื่อยมา มาถึงบริเวณสถานีจ่ายน้ำมัน ดังกล่าวจึงเข้าแสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้นจับกุม พร้อมด้วยของกลางดังกล่าว ตรวจสอบประวัติเบื้องต้นพบเพียงนายวิทยา กระทำความผิดข้อหาครอบครองกัญชา เมื่อปี พ.ศ.2553 ส่วนอีก 3 คน ไม่พบประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด แต่มี 2 ใน 3 ทำงานเป็นพนักงานบริษัทรัฐวิสาหกิจชื่อดังย่านบางซื่อ สาขาบางเสาธง จ.สมุทรปราการ และทำงานโรงงานกระดาษ โดยได้ค่าจ้างขนยาเสพติดดังกล่าวครั้ง 1-2 แสนบาท เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า ” ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

