เจ้าของร้านขายขนมจีนเตรียมเข้าร้อง สคบ.ตรวจสอบที่มาและแหล่งผลิตปลาร้าที่ซื้อมาจากร้านมินิมาร์ทสาขาย่อยของห้างดัง หลังพบสัตว์คล้ายงูอยู่รวมในถุง
จากกรณีเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า”วนิดา ผกามาศ”ได้โพสต์ภาพสัตว์บางอย่างมีลำตัวยาวสีดำ มีเกล็ดคล้ายงู ยาวราวหนึ่งคืบปะปนอยู่กับเศษปลากระดี่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ข้างถุงระบุว่า”ปลาร้ากระดี่ล้วน”บนกระดาษบาร์โค้ตพร้อมกับมีการเขียนข้อความไว้ว่า”ติดต่อห้างได้ไงหรือร้องเรียนได้ที่ไหน ทำของแบบนี้ ออกมาขายได้ยังไง เจอกับตัวเอง ไม่มีมโน งูมาทั้งท่อนเลยคะ ต้องทิ้งทั้งหมดที่ซื้อมาเลย ฝากแชร์วนไปนะคะ ก่อนนำสินค้ามาวางขายในห้างน่าจะมีการตรวจสอบนะคะ”จากนั้นได้มีคนในโลกโซเซียลเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย บางคนถึงกับแทบจะอาเจียน บางคนตกใจกับภาพที่พบเห็น แต่บางคนไม่เชื่อว่าเป็นงู ระบุอาจเป็นปลาบางชนิด เป็นต้น จนเจ้าของเฟสบุ๊กเข้าไปยืนยันกับคอมเม้นท์ที่ไม่เชื่อ หลังถูกระบุว่าสร้างเรื่อง จนเกิดการปะทะคารมกัน โดยเจ้าของเฟสบุ๊กถึงกับเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์และให้ร้ายไว้ที่ สภ.เมืองภูเก็ต ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน ห้างดังของ จ.ภูเก็ตที่ถูกเจ้าของเฟสบุ๊กระบุว่าได้ซื้อปลาร้าดังกล่าวมานั้นได้ส่งตัวแทนพร้อมนำกระเช้ามาขอโทษกับเจ้าของเฟสบุ๊ก เรื่องราวจึงคาดว่าจบลงในทิศทางที่ดี แต่เจ้าของเฟสบุ๊กไม่ได้ลบภาพหรือข้อความดังกล่าวและยังมีผู้คนเข้าไปแชร์และแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ 10 ก.ย.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ น.ส.วนิดา ผกามาศ อายุ 29 ปี เจ้าของร้านขายขนมจีนเที่ยงคืน ถ.สุรินทร์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เจ้าของเฟสบุ๊ก วนิดา ผกามาศ ผู้ที่โพสต์ภาพสัตว์บางอย่างมีลักษณะคล้ายงูปะปนอยู่กับปลากระดี่ในถุงปลาร้าที่ซื้อมาจากห้างค้าส่งชื่อดังของ จ.ภูเก็ต เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
โดยบรรยากาศภายในร้านค่อนข้างเงียบเหงา มีลูกค้าบางส่วนยังคงเดินทางมารับประทานขนมจีนแต่ก็ไม่มากนัก ส่วนใหญ่สอบถามก็บอกว่าไม่รู้สึกกังวล แต่หลังทราบข่าวจากสื่อต่างๆได้มีลูกค้าและพ่อค้าแม่ค้าในละแวกใกล้เคียงมาแวะดูและสอบถามตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้น.ส.วนิดาได้นำถุงปลาร้าที่บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสจำนวน 5 ถุงออกมาวางบนโต๊ะ โดย 1 ใน 5 ถุงได้เทใส่จานข้าวให้ดู ปรากฏว่าเป็นสัตว์ที่มีลักษณะคล้ายงู มีหนังสีดำขาวยืดหยุ่นได้ มาเปิดให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ขี่รถ จยย.ไปซื้อปลาร้าที่ร้านมินิมาร์ทสาขาย่อย ของห้างดังซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งซื้อเป็นประจำ เนื่องจากต้องนำปลาร้ามาเป็นส่วนผสมในน้ำแกงป่า เพื่อทำขายกับขนมจีนทุกวัน โดยที่ผ่านมาไม่เคยพบสิ่งผิดปกติในถุงปลาร้ามาก่อน ซึ่งครั้งนี้ได้ซื้อมาจำนวน 6 ถุง และเมื่อมาถึงที่ร้าน แฟนเป็นคนแกะถุงออก จากนั้นได้ใช้ช้อนตักปลากระดี่ในถุงปลาร้าออก เพื่อนำน้ำปลาร้าไปใช้ผสมกับเครื่องแกง ปรากฏว่าแฟนได้ตักบางอย่างขึ้นมาจากถุงพลาสติกแล้วนำมาวางในจานข้าว พร้อมกับเรียกให้ตนดู และถามว่าใช่งูหรือเปล่า ตนเองไม่แน่ใจคิดว่าเป็นปลาช่อนเพราะมีลักษณะคล้ายกันจึงใส่แว่นและดูใหม่อีกครั้ง จึงพบว่ามีลักษณะคล้ายงูจริงจึงพยามยามค้นหาในGoogle ว่าคล้ายงูชนิดใด และก็พบว่ามีความคล้ายคลึงกับงูสิง
หลังพบข้อมูลค่อนข้างชัดเจนตนเองไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงได้ถ่ายภาพแล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊กส่วนตัวเพื่อขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆในเฟสบุ๊ก จากนั้นได้มีผู้คนแชร์ภาพกันไปเป็นจำนวนมาก แต่มีบางคนในโลกโซเซียลกล่าวหาว่าตนเองเป็นคนสร้างเรื่องหรือให้ร้ายกับห้างดังกล่าว ซึ่งตนเองไม่สบายใจจึงเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อลงในบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงและสิ่งที่ปรากฏได้ซื้อมาจากห้างดังกล่าวจริง ซึ่งถ้าไม่จริง ตนเองจะกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีแจ้งความเท็จทันที และขอยืนยันอีกครั้งว่าปลาร้าทั้งหมดได้ซื้อมาจากห้างตามวันและเวลาดังกล่าวจริง โดยพบบางสิ่งผิดปกติในถุงปลาร้าปลากระดี่จริง ไม่ได้แต่งเรื่องหรือใส่ร้ายให้กับห้างได้เสียชื่อเสียง
ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางห้างดังกล่าวก็ได้ส่งพนักงานมาที่ร้าน 2 เพื่อขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบอกว่าจะมีการยกเลิกการสั่งสินค้าจากบริษัทซัพพลายเออร์ที่ส่งสินค้ามาจากผู้ผลิตรายดังกล่าว ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าผู้ผลิตรายดังกล่าวนั้นอยู่ที่ใด มีความสะอาดถูกต้องตามหลักอนามัยหรือไม่ และนอกจากนี้ทางพนักงานยังเล่าว่า ทางบริษัทซัพพลายเออร์ที่ส่งสินค้ายืนยันว่ามีความสะอาด และไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งปลอมในปลาร้า อาจเป็นการใส่ร้าย ตนเองในฐานะผู้บริโภคจึงจะเดินทางไปแจ้งต่อ สคบ.ภูเก็ตในวันจันทร์ที่ 12 ก.ย.นี้ เพื่อให้มีการตรวจสอบที่มาแหล่งผลิตความชัดเจนว่าถูกต้องตามหลักอนามัยหรือไม่

