รองปลัดยธ.แจงเกณฑ์พักโทษ“นช.ชรา”ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน3ปี ดับลือ”สนธิ”พักโทษ
จากกรณีการเผยแพร่ข้อมูลโลกโซเชียล ระบุว่าเหตุที่ทำให้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ต้องขัง คดีเอกสารเท็จถูกจำคุก 20 ปี ไม่หลบหนี เพราะจะได้รับสิทธิเป็นผู้ต้องขังชรา รับโทษเพียงไม่กี่วันก็เข้าเกณฑ์พักโทษ
เมื่อวันที่ 10 ก.ย นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม ได้ชี้แจงถึงสาระสำคัญและหลักเกณฑ์การพระราชทานอภัยโทษในโอกาสสำคัญหรือพักการลงโทษกรณีอ้างเหตุรับประโยชน์เกี่ยวกับอายุและภาวะการเจ็บป่วยของผู้ต้องขังว่า ผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ ต้องเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดอายุ 70 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรืออายุตั้งแต่ 60 ปี บริบูรณ์แต่ไม่เกิน 70 ปี ที่เหลือกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ของโทษตามกําหนดโทษ เช่น พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2559 ที่ผ่านมาบัญญัติว่า “ต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า 1ใน 3 ของโทษตามกําหนดโทษ และ ต้องมีโทษจําคุกตามกําหนดโทษที่จะต้องได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.นี้ใช้บังคับ และยังต้องดูว่าการกระทำความผิดที่ต้องรับโทษนั้นเป็นฐานความผิดต้องห้ามไม่ให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามบัญชีแนบท้ายพ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษด้วยหรือไม่
นายธวัชชัย ยังระบุอีกว่า หากเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดที่กรณีอ้างเหตุเป็นคนเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ซึ่งต้องโทษจำคุกเป็นครั้งแรก และต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อย 1 ใน 2 ของโทษตามกำหนดโทษ เช่น พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2559 บัญญัติว่าต้องได้รับโทษจําคุกมาแล้วถึงวันที่พ.ร.ฎ.นี้ ใช้บังคับไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ของโทษตามกําหนดโทษ เว้นแต่เป็นคนเจ็บป่วย ด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง(โรคเอดส์) ระยะสุดท้าย ซึ่งแพทย์ของทางราชการไม่น้อยกว่า 2 คน ได้ตรวจรับรองเป็นเอกฉันท์ว่าไม่สามารถจะรักษาในเรือนจําให้หายได้ การพักโทษของผู้ต้องขังที่มีอายุเกิน 70 ปี ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และต้องถูกจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 ของโทษตามกําหนดโทษ ไม่ใช่ว่าเมื่อผู้ต้องขังทุกรายที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไปจะได้รับการพักโทษปล่อยจากเรือนจำ รวมถึงกรณีเจ็บป่วยร้ายแรงก็ต้องรับโทษจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

