ฮือฮา! รายได้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศเฉียด 2 พันล้าน “หาดนพรัตน์ธารา-พีพี”สูงสุด

10.09.16 | 22:30 น.

ฮือฮารายได้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ ประจำปี 2559 เฉียด 2 พันล้านบาท “หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี” ที่เดียวได้ 502 ล้านบาทล้มแชมป์เก่าปี 2558 “เอราวัณ” ที่หล่นไปอยู่อันดับ 4 ได้กว่า 99 ล้านบาท ส่วน “ลันตา” มาแรงเบียดขึ้นติด 1 ใน 10 เก็บได้กว่า 28 ล้านบาท ด้านอธิบดีอุทยานฯ ระบุจะนำเงินรายได้ยกระดับการบริหารจัดการอุทยานทั่วประเทศให้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า สำนักอุทยานแห่งชาติ ได้เผยแพร่สถิติเงินรายได้ของอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ 147 แห่ง ประจำปี 2558 ตั้งแต่เดือน ต.ค.2558 – ส.ค.2559 ปรา กฎว่าอุทยานฯ ที่มีรายได้อันดับ 1 คือ อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ 502,780,516 บาท อันดับ 2 อุทยานฯ อ่าวพังงา จ.พังงา 336,601,100 บาท อันดับ 3 อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา 185,937,416.81 บาท อัน ดับ 4 อุทยานฯ เอราวัณ จ.กาญจนบุรี 99,003,185.21 บาท อันดับ 5 อุทยานฯ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา 88,474,479.87 บาท อันดับ 6 อุทยานฯ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ 66,884,425 บาท อันดับ 7 อุทยานฯ เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี 46,950,929.46 บาท อันดับ 8 อุทยานฯ หมู่เกาะช้าง จ.ตราด 28,941,273 บาท อันดับ 9 อุทยานฯ ลันตา จ.กระบี่ 28,829,850 บาทและอันดับ 10 อุทยานฯ หมู่เกาะอ่างทอง
จ.สุราษฎร์ธานี 27,975,951.86 บาท ทั้ง 10 อุทยานฯ มีรายได้รวมกันกว่า 1,400 ล้านบาท แต่ถ้านับเงินรายได้รวมกันทั้ง 147 อุทยานฯ มีจำนวนมากถึง 1,821,052,660.18 บาท มากกว่าการจัดเก็บรายได้ประจำปี 2558 ที่ได้จำนวน 896,829,343.39 บาท เกือบ 1 พันล้านบาท และถือว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดเก็บเงินรายได้อุทยานฯ มา

สำหรับอันดับ 11 – 20 ประกอบด้วย อุทยานฯ น้ำตกพริ้ว จ.จันทบุรี 23,776,375 บาท อุทยานฯ เขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง 21,915,550 บาท อุทยานฯ ตะรุเตา จ.สตูล 20,472,651.97 บาท อุทยานฯ แก่งกระ จาน จ.เพชรบุรี 19,854,925 บาท อุทยานฯ ธารโบกขรณี จ.กระบี่ 18,575,520 บาท อุทยานฯ ภูหินร่องกล้า จ.เพชร บูรณ์ 15,419,626 บาท อุทยานฯ ตาดโตน จ.ชัยภูมิ 15,360,850 บาท อุทยานฯ ห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่ 14,804,879 บาท อุทยานฯ ภูกระดึง จ.เลย 14,549,740 บาทและอุทยานฯ ดอยสุเทพ-ปุย จ.เชียงใหม่ 13,443,097 บาท ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสถิติการจัดเก็บเงินรายได้ ประจำปี 2559 ของแต่ละอุทยานฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลงอันดับจากปี 2558 โดยสามารถล้มแชมป์การจัดเก็บเงินรายได้ปี 2558 ได้อย่างสิ้นเชิง โดยในปี 2558 อุทยานฯ ที่จัดเก็บเงินรายได้อันดับ 1 คือ อุทยานฯ เอราวัณ จำนวน 90,603,396.65 บาท อันดับ 2 อุทยานฯ เขาใหญ่ จำนวน 88,769,209.30 บาท อันดับ 3 อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จำนวน 84,948,280 บาท อันดับ 4 อุทยานฯ อ่าวพังงา จำนวน 62,754,434 บาท อันดับ 5 อุทยานฯ อินทนนท์ จำนวน 49,992,515.55 บาท ถูกเปลี่ยนใหม่หมด

ทั้งนี้ อุทยานฯ ที่สามารถสอดแทรกขึ้นในติด 1 ใน 10 ที่สามารถจัดเก็บเงินรายได้มากที่สุดคือ อุทยานฯ ลันตา จ.กระบี่ โดยมาแทนที่อุทยานฯ น้ำตกพริ้ว จ.จันทบุรี ที่ตกไปอันดับ 11 นอกจากนี้ ในแต่ละอุทยานฯ ทั่วประเทศ สามารถจัดเก็บเงินรายได้ ได้เพิ่มขึ้นเกือบทุกอุทยานฯ แม้กระทั่งอุทยานฯ ที่กรมอุทยานฯ ลุยตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบอย่างหนัก เช่น อุทยานฯ สิรินาถ จ.ภูเก็ต 11 เดือนเก็บได้มากกว่า 2 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า การจัดเก็บเงินรายได้ถือว่าน่าพอใจ สาเหตุมาจากการวางแผนที่รอบคอบรัดกุมไม่ให้มีการรั้วไหลรวมทั้งการจัดวางบุคลากรลงไปเป็นหัวหน้าอุทยานฯ ที่คัดเลือกคนที่มีความสามารถ จนทำงานออกมาจนประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งนี้ เหลือระยะเวลาอีก 1 เดือนจะหมดปีงบประมาณคาดว่ารายได้รวมกันน่าจะมากกว่า 1,900 ล้านบาท โดยเงินรายได้จะนำมายกระดับการบริหารจัดการอุทยานทั่วประเทศให้ดีขึ้น ด้วยงบประ มาณ 500 ล้านบาทหรือมากกว่ารวมทั้งนำรายได้ไปช่วยเหลืออุทยานฯ ที่มีรายได้น้อยตามแผนปฎิรูปอุทยานฯ ตามแผนปฎิรูปประเทศที่กรมฯ กำลังดำเนินการ