‘ศูนย์พักคอย’ พลังชุมชนช่วยหมอ ดูแลผู้ป่วยโควิด

5.07.21 | 07:17 น.

“ศูนย์พักคอย” พลังชุมชนช่วยหมอ ดูแลผู้ป่วยโควิด

วิกฤตการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ระลอกที่ 3 หรือรอบเมษายน 2564 ถาโถมประเทศไทยอย่างหนัก ถึงขั้นรัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนระบบการให้บริการด้านสาธารณสุขกันขนานใหญ่ เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยให้ได้อย่างทั่วถึง เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต


ล่าสุด ได้มีการคิดค้น “นวัตกรรม” การดูแลผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 อาการไม่รุนแรง ด้วยการตั้งคอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่นไ (Community Isolation) หรือศูนย์พักคอยในชุมชน และเริ่มดำเนินการแล้วใน 23 ชุมชน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นมา

สำหรับหลักการของคอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น นั้น “พญ.นิตยา ภานุภาค” กรรมการและเลขานุการสถาบันวิจัยและนวัตกรรม เอชไอวี หรือไอเอชอาร์ไอ (IHRI) อธิบายว่า คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น หรือการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 อาการอยู่ในระดับสีเขียว หรืออาการไม่รุนแรง กันเองในชุมชนนั้น มีที่มาจากช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการจัดตั้งทีม Community Support Workforce ประกอบด้วย ทีมงานจากไอเอชอาร์ไอ และเครือข่ายภาคประชาชนพันธมิตร เช่น เครือข่ายของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย เป็นต้น ทำหน้าที่รับกรณีผู้ป่วยโควิด-19 ที่พบในชุมชน (เคส) เพื่อช่วยประเมิน เบื้องต้น ประสานหาที่ตรวจ ประสานหาเตียง เพราะเห็นแนวโน้มว่าโรงพยาบาล (รพ.) เริ่มรับไม่ไหว

“ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราจึงทำเรื่องการดูแลผู้ป่วยโดยชุมชนด้วยกันเอง เพื่อสำรองเตียงในโรงพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยอาการปานกลางหรือหนัก โดยประสานงานกับชุมชนที่มีโควิด-19 ระบาด และเริ่มอบรมแกนนำชุมชน รวม 23 ชุมชน เพื่อให้ความรู้เบื้องต้น เช่น การค้นหาผู้มีความเสี่ยงสูง ต้องทำอย่างไร จะแบ่งระดับสีอย่างไร เจอเคสผู้ป่วยแล้วจะช่วยอย่างไร” พญ.นิตยากล่าว และว่า ทีมนี้เรียกว่า “ทีมคอมโควิดชุมชน” ทำงานร่วมกับ ทีมคอมโควิด IHRI เมื่อมีผู้ป่วยใหม่เข้ามา ทีม IHRI ก็จะส่งอุปกรณ์วัดอุณหภูมิ เครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือดไปให้ แล้วทำการมอนิเตอร์วันละ 2 ครั้ง ระหว่างรอเตียง

Advertisement

พญ.นิตยากล่าวว่า แนวทางคอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น เริ่มดำเนินการมาระยะหนึ่ง ประจวบเหมาะกับแนวทางของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีแนวคิดเรื่องการใช้ระบบโฮม ไอโซเลชั่น (Home Isolation) และคอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น มาดูแลผู้ป่วยเช่นกัน

“ขณะนี้มีชุมชนพร้อมดำเนินการอยู่แล้ว 23 แห่ง และล่าสุด สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สนับสนุนโดยให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อให้คนในชุมชนดูแลกันเองได้อย่างเต็มที่ เช่น อาหาร 3 มื้อ อุปกรณ์วัดไข้ วัดระดับออกซิเจน รวมทั้งค่าเดินทางกรณีต้องไป รพ.เป็นต้น โดยได้รับความร่วมมือจาก รพ.ปิยะเวท จับคู่กับชุมชนเพื่อดูแลผู้ป่วย และมีไอเอชอาร์ไอ เป็นหน่วยกลางเชื่อมระหว่างชุมชนและ รพ. หากเป็นเคสผู้ป่วยสีเขียว ชุมชนจะดูแลให้เพื่อลดการครองเตียงใน รพ. แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดง รพ.จะรับไปดูแล โดยชุมชน ไม่ต้องตระเวนหาเตียงให้วุ่นวาย” เลขานุการ ไอเอชอาร์ไอกล่าว

ขณะนี้ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น มีกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นคือ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 23 ชุมชน รวมทั้งกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 โทรศัพท์เข้าสายด่วน 1330 เพื่อประสานหาเตียงให้ผู้ป่วย

สำหรับ 23 ชุมชนที่มีศูนย์/บ้านพักคอย ใน 7 เครือข่าย ประกอบด้วย 1.เครือข่ายชุมชนเพื่อการพัฒนา ได้แก่ ชุมชนใหม่ไทรทอง (ศูนย์บริการสาธารณสุข 37 ประสงค์ สุดสาคร) ชุมชนเพชรคลองจั่น (ศูนย์บริการสาธารณสุข 50 บึงกุ่ม) ชุมชนทองกิตติ (ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 คลองสามวา) ชุมชนหลวงวิจิตร (ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ) ชุมชนโรงหวาย (ศูนย์บริการสาธารณสุข 22 วัดปากบ่อ)

2.เครือข่ายคนไร้บ้าน ได้แก่ บ้านพูนสุข ปทุมธานี (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางพูน) บ้านเตื่อมฝัน เชียงใหม่ (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 10)

3.เครือข่ายรถไฟสายใต้ตะวันตก ได้แก่ ชุมชนพุทธมณฑลสาย 2 (ศูนย์บริการสาธารณสุข 67 ทวีวัฒนา) ชุมชนฟ้าใหม่ร่วมใจพัฒนา (ศูนย์บริการสาธารณสุข 30 วัดเจ้าอาม) หลักหก (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหลักหก 1)

4.เครือข่ายชุมชนใต้สะพาน ได้แก่ ชุมชนพูนทรัพย์ (ศูนย์บริการสาธารณสุข 61 สังวาล ทัสนารมย์) ชุมชนอ่อนนุช 14 ไร่ (ศูนย์บริการสาธารณสุข 57 บุญเรือง ล้ำเลิศ)

5.เครือข่ายชุมชนก้าวหน้า ได้แก่ ชุมชนภูมิใจ (ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 คลองสามวา)

6.เครือข่ายศูนย์รวมพัฒนาชุมชน ได้แก่ ชุมชนกระทุ่มเดี่ยว (ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 สะพานสูง) ชุมชนริมทางด่วนบางนา (ศูนย์บริการสาธารณสุข 32 มาริษ ตินตมุสิก) ชุมชนมีสุข (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแพรกษา) ชุมชนทับแก้ว (ศูนย์บริการสาธารณสุข 25 ห้วยขวาง) ชุมชนเพชรพระราม (ศูนย์บริการสาธารณสุข 25 ห้วยขวาง) ชุมชนทองสุข (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแพรกษา) ชุมชนเมืองใหม่มาลัยทอง (ศูนย์บริการสาธารณสุข 64 คลอง สามวา) ชุมชนหลัง สน.ทองหล่อ (ศูนย์บริการสาธารณสุข 21 วัดธาตุทอง) และ

7.เครือข่ายชุมชนพระราม 3 ได้แก่ ชุมชนช่องลม (ศูนย์บริการสาธารณสุข 55 เตชะสัมพันธ์) ชุมชนโรงเคลือบ (ศูนย์บริการสาธารณสุข 33 วัดหงษ์รัตนาราม)

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พบว่ายังมีผู้ป่วยตกค้างในระบบสายด่วน 1330 ไม่ได้อยู่ใน 23 ชุมชน เช่น อยู่ในคอนโดมิเนียม หรืออยู่ในชุมชนไม่ได้มีแกนนำที่ชัดเจน ไม่ได้เตียงมากกว่า 1,000 คน ส่วนนี้

“นิมิตร์ เทียนอุดม” กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บอกว่า กรณีของผู้ป่วยโทรเข้าสายด่วน 1330 และยังตกค้างไม่ได้เตียงกว่า 1,000 คนนั้น หากอยู่นอก 23 ชุมชนนี้ แต่สามารถดูแลแบบโฮม ไอโซเลชั่น ภายใต้การดูแลของ รพ.ปิยะเวท แบบเดียวกับ 23 ชุมชนนี้ ต้องสอบถามความสมัครใจว่ายินดีเข้าระบบโดยมีทีมของเครือข่ายช่วยดูแลสอบถามอาการหรือไม่ หากยินดีก็จะบรรจุเป็นคนไข้ของ รพ.ปิยะเวท แล้วเข้าระบบการรักษาที่บ้าน แต่ถ้าไม่สมัครใจ ก็ต้องรอประสานหาเตียงไปก่อน ทั้งนี้ ในส่วนกลุ่มตกค้าง เจ้าหน้าที่สายด่วน 1330 จะติดต่อกลับไปสอบถามความสมัครใจก่อนทุกราย หากผู้ป่วยสมัครใจ เจ้าหน้าที่จะส่งรายชื่อให้ทีมคอมโควิดแล้วทีมงานจะติดต่อกลับไปอีกครั้งเพื่อนำเข้าระบบต่อไป