จากกรณีมีการโพสต์ข้อความและภาพการรับน้องของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ทำให้รุ่นน้องผู้ชายคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาอาการปอดติดเชื้อ เพราะให้ลงไปล้างตัวหรือลงไปดำน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสียหรือบ่อเคมีนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายสุนทร พยัคฆ์ อดีตอุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ ให้สัมภาษณ์ถึงข้อกฎหมายว่า กรณีดังกล่าวต้องดูที่เจตนาก่อน การที่รุ่นพี่ให้ดำน้ำในบ่อบำบัดน้ำเสีย ต้องดูว่ามีเจตนาย่อมเล็งเห็นผลหรือไม่ ทั้งนี้บ่อบำบัดน้ำเสียตามปกติจะไม่มีใครลงไปเล่น แต่การใช้ให้รุ่นน้องลงไปนั้นย่อมรู้อยู่แล้วว่าลงไปแล้วเป็นอันตราย จะเข้าข่ายความผิดตาม ป.อาญา มาตรา295 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยบังคับขู่เข็ญเพื่อประทุษร้าย แต่หากรุ่นน้องต้องรักษาตัวนานเกินกว่า 20 วัน จะเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 297 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
นายสุนทรกล่าวต่อว่า แต่หากไม่มีเจตนาทำให้ได้รับอันตราย หรือโดยไม่รู้ว่าเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย อาจเข้าข่ายความผิดกระทำประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และถ้าต้องรักษานานเกิน 20 วันจะเข้าข่ายกระทำประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

