เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. เปิดเผยกรณีที่มีการนัดหมายการชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง นัดหมายระหว่างวันที่ 2-4 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการจัดกิจกรรมชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นั้นว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สำคัญดังนี้ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และกลุ่มราษฎร, กลุ่มประชาชนคนไทย, กลุ่มไทยไม่ทน, กลุ่มโมกหลวงริมนา ได้จัดกิจกรรมปราศรัยขับไล่นายกรัฐมนตรีที่บริเวณ โดยรอบทำเนียบรัฐบาล กลุ่มนายสมบัติ บุญงามอนงค์ จัดกิจกรรม Car Mob ขบวนรถแรลรี่เริ่มจากอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยไปที่บริเวณแยกราชประสงค์และแยกนางเลิ้ง ส่วนวันที่ 4 ก.ค. มีกลุ่มศิลปินราษฎร จัดกิจกรรมปราศรัยเล่นดนตรีที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีการกระทำเข้าข่ายเป็นความผิดต่อ กฎหมายดังนี้ 1.จัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคโดยฝ่าฝืน ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 25 ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค มีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 3 ตั้งวาง หรือกองวัตถุใดๆ บนพื้นถนน เป็นการกระทาความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความ สะอาดฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 4.กีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 500 บาท 5.ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่อง ขยายเสียงฯ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 200 บาท 6.สำหรับผู้ที่ขายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดย สน.นางเลิ้ง, สน.ลุมพินี, สน.ปทุมวัน ,สน.สำราญราษฎร์ และ สน.พญาไท เป็นพื้นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมดังกล่าว ซึ่งทาง บช.น.ได้สั่งการให้ทาการพิสูจน์ทราบบุคคลว่าเป็นผู้ใดบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการดาเนินคดีตามกฎหมาย ในเบื้องต้นสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีประมาณ 70 ราย อยู่ระหว่างการขออนุมัติออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
ส่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดย นายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ให้เร่งรัดติดตามตัวผู้ร่วมกระทำผิดวางเพลิงเผาทรัพย์หน้าเรือนจำ ร่วมกับนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลู และขอให้ ผบ.ตร. ตรวจสอบการทำหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ปล่อยปะละเลยจนทำให้เกิดการชุมนุมรายวันท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มี พ.ต.อ.วิศิษฐ ชำนาญไพร รอง ผบก. กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ ตร. ทำหน้าที่ตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือเสนอผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
นายจักรพงศ์กล่าวว่า เดินทางมาติดตามความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ทางกลุ่ม ศปปส.มายื่นหนังสือถึง ผบ.ตร.ให้เร่งรัดติดตามผู้กระทำผิดร่วมกับนายไชยอมร หรือแอมมี่ วางเพลิงเผาทรัพย์หน้าเรือนจำ เนื่องจากทางกลุ่มไม่เชื่อว่าผู้ร่วมกระทำผิดจะหลบหนีไปต่างประเทศ ตามที่ทางโฆษก บช.น.เคยให้ข่าว ซึ่งนับตั้งแต่วันยื่นหนังสือผ่านไป 13 วัน ยังไม่มีความคืบหน้า รวมทั้งยังขอให้ตรวจสอบการทำงานของ บช.น. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเขตกรุงเทพมหาคร ว่าเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีปล่อยปะละเลยให้มีการจัดชุมนุมเเรียกร้องทางการเมือง ในขณะที่ประเทศกำลังอยู่ในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 อย่างหนักจนถึงขั้นวิกฤต ปล่อยให้มีการปราศรัยด้วยถ้อยคำหยาบคาย จาบจ้วงสถาบันฯ ซึ่งทางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย หรือการป่วนเมือง จงใจทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่เพื่อด้อยค่าการทำงานของรัฐบาลภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และเพราะเหตุใด บช.น. ที่ประกาศว่าได้ถอดคำปราศรัยของแกนนำที่สกายวอร์ก แยกปทุมวัน เหตุใดจึงไม่รีบดำเนินการนำไปร้องต่อศาลเพื่อพิจารณาถอนประกันแกนนำ

