รอบ 1 เดือน ป่วยโควิดครองเตียงเพิ่มกว่าหมื่นราย สธ.เผยแยกกักที่บ้านแล้วนับร้อย
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงมาตรการแยกกันตัวเองที่บ้าน (Home isolation) ของผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้มีการระบาดมากในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมีภาคีเครือข่าย 5 ส่วน ได้แก่ กทม. กรมการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาล (รพ.) เอกชน และ รพ.สังกัดกลาโหม และสังกัดตำรวจในกรุงเทพฯ ที่ทำงานร่วมกันตั้งแต่ปีที่แล้ว ที่มีการระบาดเกิดขึ้น
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า ข้อมูลเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน มีผู้ป่วยครองเตียง 1.9 หมื่นราย แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นเวลา 1 เดือน ผู้ป่วยครองเตียงเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 หมื่นราย แปลว่า 1 เดือนที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยครองเตียงเพิ่มขึ้นเกือบ 1 หมื่นราย โดยเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มความรุนแรง ทั้งสีแดง สีเหลือง และสีเขียว โดยตัวเลขผู้ป่วยกลุ่มสีแดง เพิ่มขึ้นจาก 657 ราย เป็น 1,130 กว่าราย แปลว่าผู้ป่วยกลุ่มสีแดง ที่ต้องใช้เตียงไอซียู มีการเพิ่มขึ้นประมาณ 1 เท่าตัวภายใน 1 เดือน
“ประชาชนคงเห็นภาพว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่หน้างานต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นขนาดไหน ผู้ที่ใส่ท่อช่วยหายใจก็เพิ่มขึ้นจาก 200 กว่าราย เป็น 400 กว่าราย และผู้เสียชีวิตคงตัวอยู่ที่ 30-40 รายต่อวัน แต่ผู้ที่ใส่ท่อช่วยหายใจเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก บุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่หน้างานต้องทุ่มเทมากพอสมควร ในขณะที่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และก็มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ต้องขอความเห็นใจแทนบุคลากรทางการแพทย์ด้วย” นพ.สมศักดิ์กล่าว
นพ.สมศักดิ์กล่าวอีกว่า การเพิ่มเตียงทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ทั้ง 5 เครือข่าย ที่พยายามเพิ่มเตียงแม้ว่าบุคลากรจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว แต่ก็มีความพยายามเบ่งเตียง ทั้งสีเขียว สีเหลืองและสีแดงให้เพิ่มขึ้น รวมทั้งขอบคุณบุคลากรต่างจังหวัดที่มาช่วยเหลือ รพ.บุษราคัม อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางสาธารณสุขพยายามเบ่งเตียงเพิ่มขีดความสามารถในการดูแล แต่ต้องยอมรับข้อจำกัดส่วนหนึ่งว่า เพิ่มสถานที่ได้แต่เพิ่มบุคลากรยาก ซึ่งเป็นที่มาที่เราจะทำการแยกกักที่บ้าน
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า การแยกกักที่บ้าน หรือ แยกกักในชุมชน (Community isolation) เราได้เริ่มดำเนินการแล้วโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ข้อมูลเฉพาะโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ พบว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม มีผู้ป่วยสมัครใจแล้วกว่า 100 ราย ที่เข้าร่วมการแยกกักที่บ้าน ทั้งนี้ วันนี้จะมีการพูดคุยกับภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ (NGO) และภาคเอกชน เพื่อนำร่องโครงการแยกกักที่บ้าน และแยกกักในชุมชน
นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า หากไม่จำเป็น เราไม่ได้อยากใช้มาตรการดังกล่าว หากในช่วงที่ผ่านมา บุคลากรทางการแพทย์ไม่ตึงมือจริงๆ ด้วยเหตุผล คือ 1.สุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน หากไม่มีคนดูแลแล้วอาการแย่ลง ก็จะเกิดปัญหาที่บ้าน 2.การป้องกันการแพร่เชื้อที่บ้านหรือชุมชน หากแยกตัวไม่ดี ชุมชนก็จะมีปัญหา เป็น 2 เรื่องที่เราห่วงใย แต่ตอนนี้สถานการณ์บังคับ เพราะเพิ่มเตียงได้ เพิ่มสถานที่ได้ เพิ่มอุปกรณ์ได้ แต่บุคลากรหน้างานเพิ่มยาก และอยู่ในภาวะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว จึงต้องขออนุญาตนำมาตรการนี้มาใช้
“เราจะมีการแจกเครื่องมือ ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนในกระแสเลือดไปให้ที่บ้าน มีระบบเทเลเมด (Tele med) ให้คุณหมอคุยกับผู้ป่วยทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง แล้วจะมีการจ่ายยาไปให้ที่บ้าน ส่วนที่กลัวว่าจะมีผู้ป่วยออกมาซื้อของข้างนอก ต้องขอขอบคุณทาง สปสช. และประกันสังคม ที่ประชุมกันเพื่อให้สิทธิกับผู้ป่วย คือจ่ายเงินให้โรงพยาบาล เพื่อซื้ออาหารส่งถึงบ้านผู้ป่วย วันละ 3 มื้อ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยออกมาซื้ออาหาร เพื่อเป็นการจำกัดบริเวณของผู้ติดเชื้อไปโดยปริยาย” นพ.สมศักดิ์กล่า วและว่า ต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์เพื่อให้ระบบสาธารณสุขอยู่ได้ และบุคลากรหน้างานไม่เหนื่อยจนเกินไป

