เปิด ‘ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์’ 4 วัน นักท่องเที่ยวจองกว่า 9 หมื่นคืน ‘ป่าตอง-เชิงทะเล-กะรน’ ยอดฮิต
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ตอบข้อซักถามถึงการพบผู้ติดเชื้อที่จังหวัดภูเก็ต จะต้องมีการพิจารณาทบทวนหรือดำเนินการอย่างไรกับ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ว่า คำถามนี้สอดคล้องกับที่ประชุม ศปค.เมื่อเช้าได้ประชุมทางไกลกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้รับรายงานที่มีการติดเชื้อนั้น ทางภูเก็ตยืนยันว่ามีการติดเชื้อเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เริ่มเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 4 ราย วันที่ 2 กรกฎาคม 7 ราย วันที่ 3 กรกฎาคม 2 ราย และวันที่ 4 กรกฏาคม 2 ราย ซึ่งไม่ได้สูงขึ้นเลยในตอนนี้ ทั้งนี้ จากยอดป่วยสะสมเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา 750 ราย รักษาหายแล้ว 703 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 48 ราย เท่านั้น
เปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ 4 วัน มีนักท่องเที่ยว 1,893 ราย
ส่วนข้อมูลการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้าจังหวัดภูเก็ตผ่านทางอากาศ ตั้งแต่วันที่ 1-4 กรกฎาคม มีจำนวน 20 เที่ยวบิน รวม 1,893 ราย แยกเป็น ต่างชาติ 1,416 ราย และคนไทย 477 ราย โดยผลตรวจหาเชื้อไม่พบ 1,764 ราย รอผล 129 ราย
และมีสถิติยานพาหนะและผู้เดินทางเข้า-ออก จังหวัดภูเก็ตช่องทางบก ตั้งแต่วันที่ 1-4 กรกฎาคม มียานพาหนะรวมเข้าด่านตรวจ จำนวน 23,924 คัน ผ่านได้ 22,168 คัน ไม่ผ่าน 1,756 คัน ส่วนผู้เดินทาง มียอดรวม 44,413 คน ผ่านได้ 41,524 คน ไม่ผ่าน 2,889 คน เนื่องจากไม่สามารถแสดงผลการฉีดวัคซีนได้

‘ป่าตอง-เชิงทะเล-กะรน’ ฮิตแห่จอง 9 หมื่นคืน
สำหรับภาพรวมการจองห้อง พบว่ามียอดนักท่องเที่ยวจองที่พักแล้วทั้งเดือนกรกฎาคม จำนวน 7,347 คน หรือ 90,861 คืน ที่ป่าตองมากที่สุด จำนวน 2,787 คน คิดเป็น 37.93% ของผู้เข้าพักทั้งหมด รองลงมาเป็นพื้นที่ ต.เชิงทะเล 1,193 คน และพื้นที่ ต.กะรน 896 คน
“สำหรับ คนไทยที่จะเข้าไปในเกาะภูเก็ต ทางคณะกรรมการโรคติดต่อออกข้อกำหนดเหมือนๆ กับต่างชาติ เช่น ต้องมีใบรับรองการตรวจเชื้อ ต้องฉีดวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม ระยะเวลา 14 วัน ถึงจะให้เขาเพื่อเขาจะได้คลีนเกาะของเขา เพื่อที่จะทดสอบบระบบนี้ก่อน ทางจังหวัดบอกต้องขออภัยสำหรับคนไทยที่จะเข้าไปในเกาะภูเก็ตตอนนี้ และขอสร้างการรับรู้เพื่อให้ภูเก็ตเดินหน้าไปได้ เพราะภูเก็ตมีการพึ่งพาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสูงมาก”
นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ในช่วงเวลานี้เป็นการทดสอบสำหรับเกาะภูเก็ตก่อน เพราะสามารถควบคุมการเข้า-ออกได้ ส่วนความสะดวกและไม่สบายสำหรับคนไทย ขอให้เข้าใจกัน ถ้าขับเคลื่อนกันต่อได้ ทำได้ดี มีเกาะสมุย เกาะพะงันรออยู่ ที่จะได้ใช้ภาพนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลับมา เป็นนิวนอร์มอลของประเทศไทยจริงๆ ที่จะเกิดขึ้น

เร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ-กลุ่มเปราะบาง
นพ.ทวีศิลป์ยังตอบคำถามการปรับรับผู้ป่วยหลังมีผู้สูงอายุเสียชีวิตระหว่างรอเตียงและการรักษาว่า ต้องเรียนถึงข้อเท็จจริงที่ป่วยกันมากพุ่งวันละหลาย 1,000 ราย เห็นภาพของการรอเตียงจำนวนมาก เพราะมีสายพันธุ์ที่เรียกว่า “เดลต้า” หรือสายพันธุ์อินเดีย ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่เจอ ยังเห็นกันมากมายอีกหลายประเทศ อย่างเช่น ประเทศอินโดนีเซีย ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก
เนื่องจากว่าภาระการดูแลโรคนี้ 1 คน ต้องใช้เวลา 14 วัน ในการดูแล 1 คน ทำให้จำนวนของเตียงกินพื้นที่ไปจำนวนมาก การคิดในหลักการเดิมๆ จะต้องเปลี่ยนแปลงไป ได้เห็นภาพหลายภาพ ภาพแรกคือโรงพยาบาจะสำรองไว้สำหรับผู้ป่วยสีแดงหรือสีเหลือง และต้องมีพื้นที่ผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจแล้ว ต้องไปอยู่ในโรงพยาบาลสนาม และต้องใช้โฮมไอโซเลชั่น หรือแยกกักที่บ้านและแยกกักในชุมชน ทั้ง 2-3 มาตรการนี้ ยกระดับภาพทั้ง กทม.และต่างจังหวัดทั่วประเทศ
“สายพันธุ์จีที่มาเจอกับสายพันธุ์อังกฤษเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 เท่า แรงกว่า ฉะนั้น จำนวนเตียงก็ขยายกันไปมากมาย จะต้องจำกัดพื้นที่ เราเห็นต่างจังหวัด การป่วยจะไปอยู่เถียงนาโมเดล ใช้พื้นที่สร้างสรรค์ แยกกลุ่มเสี่ยงออกจากผู้ป่วยปกติ หรือไปอยู่โรงพยาบาลสนามต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ดำเนินการในพื้นที่ ต้องแยกกักกันคนป่วยออกมา จะเป็นภาพแบบนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับวัคซีน เหตุการณ์การฉีดแล้วยังมีการติดเชื้อถือเป็นหลักข้อมูลที่ต้องเรียนรู้ร่วมกัน แต่ขณะเดียวกัน ความรู้ที่เพิ่มเติมเข้ามา เมื่อฉีดวัคซีนแล้ว อัตราการเสียชีวิตลดน้อยลงทันทีในกลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มโรค หลักการคือจะนำผู้สูงอายุ ทางกรมควบคุมโรครายงานว่ามีสถิติคนอายุมากกว่า 60 ปี ติดเชื้อ 10 คน ตาย 1 คน อายุ 40-60 ปี ติดเชื้อ 100 คน ตาย 1 คน คนอายุ 18-40 ปี วัยทำงาน ติดเชื้อ 1,000 คน ตาย 1 คน เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือนำผู้สูงอายุและกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง มาฉีดวัคซีนโดยเร็ว ดังนั้น ล็อตวัคซีนที่กำลังจะเข้ามา ต้องให้กลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุ เพื่อพยุงตัวเลขผู้ป่วยได้ แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณวัคซีนที่จะเข้ามา ถ้าเข้ามาอย่างที่เราคาดหวังจะช่วยตรงนี้ได้ แต่เมื่อต้องรออยู่ต้องแบ่งเตียงออกมา ซึ่งทำกันทุกที่ทั่วประเทศไทยอยู่
“ขอให้ทุกท่านเข้าใจ ขอให้ดูแลสุขอนามัยส่วนตัว ไม่ป่วย ไม่เป็นภาระต่อบุคลากรการแพทย์ ซึ่งเหนื่อยมากๆ เพื่อให้เขาไม่ต้องไปมีความเสี่ยงการติดเชื้อ พวกเราจะได้ผ่านความยากลำบากไปด้วยกัน” นพ.ทวีศิลป์กล่าว

