สปส.เปิดเกณฑ์ขอรับเงินเยียวยานายจ้างกว่า 4 หมื่นราย-ผู้ประกันตนเกือบ 7 แสน 4 ประเภทกิจการ

5.07.21 | 18:08 น.

สปส.เปิดเกณฑ์ขอรับเงินเยียวยานายจ้างกว่า 4 หมื่นราย-ผู้ประกันตนเกือบ 7 แสน 4 ประเภทกิจการ

วันที่ 5 ก.ค.64 ​นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยถึงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ว่า ตามที่คณะกรรมการบริหารเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์โควิด-19 (ศบศ.) ได้จัดการประชุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และเห็นชอบมอบหมายกระทรวงแรงงานจัดทำมาตรการช่วยเหลือเยียวยานายจ้างและลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากการออกข้อกำหนดดังกล่าวภายใต้โครงการเยียวยาสถานประกอบการและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กรุงเทพมหานครและปริมณฑล) ในส่วนของ สปส.ได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยจัดทำโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 4 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร กิจการศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และกิจการกิจกรรมบริการด้านอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25)


“โดยผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ นายจ้างในระบบประกันสังคมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายจะได้รับเงินช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้าง 1 คน และได้รับสูงสุดไม่เกิน 200 คน โดยยื่นบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล หรือชื่อบัญชีธนาคารนายจ้างตามทะเบียนพาณิชย์กรณีนายจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ประกันตนมาตรา 33 สัญชาติไทย ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้รับเงินเยียวยา 2,000 บาท ต่อคนผ่านทางพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเยียวยานายจ้างได้สูงถึง 4 หมื่นกว่าราย และช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ประมาณเกือบ 700,000 คน” นายทศพล กล่าวและว่า ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในกิจการ ก่อให้เกิดการนำไปใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การกระจายรายได้แก่ผู้ประกอบการ และสร้างทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

​เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้ คือ มีสัญชาติไทย และมีสถานะเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2564 สำหรับนายจ้างสถานประกอบการที่มีการประกอบกิจการ แต่ยังไม่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม จะต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน ถึง วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 จึงจะได้รับสิทธินี้ สำหรับกิจการกิจกรรมบริการด้านอื่นๆ จะเป็นกิจการตามการจัดประเภทมาตรฐานอุตสาหกรรม (ประเทศไทย) ป 2552 เช่น กิจการสมาคมต่างๆ องค์กรทางศาสนา องค์กรทางการเมือง ช่างซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้า เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์ ดนตรี นาฬิกา อุปกรณ์กีฬา และช่างซ่อมจักรยาน เป็นต้น และการให้บริการด้านสุขภาพ เช่น ร้านนวด สปา ร้านแต่งผม การดูแลความงาม การให้คำปรึกษาด้านความงาม ลดน้ำหนัก เป็นต้น ร้านซักรีด บริการอาบ อบ นวด และอื่นๆ ที่มีการจ้างลูกจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมว่า ประเภทกิจการของตนเอง เข้าเงื่อนไขได้รับการเยียวยาหรือไม่ โดยสอบถามที่ สปส.ทุกแห่ง ในวัน-เวลาราชการ หรือติดต่อสายด่วน โทร 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

Advertisement