สธ.รื้อแผนฉีดวัคซีน มุ่งผู้สูงอายุ-7 โรคเสี่ยง 80%
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงแนวทางการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ที่ยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ว่า กรมควบคุมโรคได้เสนอมาตรการปรับวิธีการควบคุมโรคให้เหมาะสม เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อ และให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น โดย 4 มาตรการใหม่ ได้แก่ 1.การค้นหาผู้ติดเชื้อใหม่ 2.ปรับระบบรักษาดูแลผู้ป่วย 3.มาตรการวัคซีน และ 4.มาตรการสังคม ซึ่งจะเป็นการควบคุมโรคที่จะใช้ในกรุงเทพฯโดยทันทีภายในเดือนกรกฎาคมนี้เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ และจะมีการใช้มาตรการแยกกักตัวที่บ้าน (Home isolation) ซึ่งมีระบบดูแลรักษาผู้ป่วย ไม่ทอดทิ้ง หากมีอาการมากขึ้นจะส่งต่อตามระบบต่อไป
นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า ด้านมาตรการวัคซีน สธ.มีนโยบายฉีด ได้แก่ 1.การฉีดวัคซีนกระตุ้น (booster dose) ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้สูงขึ้น โดยเฉพาะสายกลายพันธุ์หรือสายพันธุ์เดลต้า (อินเดีย) หรือสายพันธุ์อื่นๆ เพื่อรักษาระบบสาธารณสุขของประเทศให้เดินหน้าบริการประชาชนต่อไปได้
นพ.เกียรติภูมิ กล่าวอีกว่า 2.นโยบายการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ขอย้ำว่าวัคซีนที่มีในเดือนกรกฎาคมนี้ จะเทให้กับ 2 กลุ่มนี้ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของวัคซีนที่ได้มา เพื่อลดอัตราการป่วยหนักหรือการเสียชีวิต ส่วนการฉีดวัคซีนตามนโยบายปูพรมก็จะลดลง แต่จะฉีดในกลุ่มเฉพาะมากขึ้น มุ่งเน้นการฉีดเพื่อการควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ซึ่งจะวางมาตรการลงไป เช่น เฝ้าระวังการติดเชื้อ ฉีดวัคซีนเข้าไปในพื้นที่ระบาด เพื่อการควบคุมโรคให้ดีขึ้น ลดจำนวนการติดเชื้อ และลดการติดเชื้อในกลุ่มที่จะมีอาการรุนแรงและอาการหนักต่อไป ส่วนเดือนต่อไปจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปมากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมจำนวนประชากรให้มากที่สุด

