ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 12 กันยายน ที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา สมาพันธ์องค์กรมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายแพทย์อนันตชัย ไทยประทาน ประธานคณะกรรมการจัดงาน คณะกรรมการมัสยิด และชุมชนมุสลิมในจังหวัดยะลา ได้ร่วมกันจัดพิธีละหมาดอีด เนื่องในวันอีดิลอัฎฮาขึ้น เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ จ.ยะลาได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอีดิลอัฎฮา โดยมี พี่น้องชาวไทยมุสลิม ทั้งมุสลิม(ชาย) มุสลิมะห์ (หญิง) และเด็ก ในพื้นที่ จ.ยะลา และใกล้เคียง เดินทางมาร่วมกันประกอบพิธีละหมาดวันอีด กว่า 3,000 คน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดูแลรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศูนย์เยาวชนและบริเวณรอบนอกอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่น แก่ประชาชนในวันอิดิลอัฎฮา โอกาสนี้ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการ จ.ยะลา ยะลา ได้ร่วมแจกเงินให้แก่เด็ก ๆ ที่มาร่วมการละหมาดในครั้งนี้ด้วย
สำหรับพิธีละหมาดวันตรุษอีดิลอัฎฮา ถือเป็นศาสนกิจที่สำคัญที่สุด ซึ่งมุสลิมทุกเพศทุกวัยจะต้องไปร่วมกันละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้านหรือในสถานที่ ที่จัดไว้ เมื่อพิธีละหมาดเสร็จสิ้น โต๊ะอิหม่าม ก็จะบรรยายธรรม(คุตบะห์) จากนั้น จะมีการแสดงความยินดีและขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และมีการบริจาคทานให้กับเด็ก คนชรา หรือผู้ยากไร้ พร้อมทั้ง ออกไปเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นวันตรุษอิดิลอัฎฮา ยังมีพิธีกรรมที่สำคัญ คือ การเชือดสัตว์พลีทาน (กุรบ่าน) ซึ่งชาวไทยมุสลิมถือว่าจะได้เข้าใกล้ต่ออัลลอห์ด้วยการการเชือดสัตว์พลีต่อพระองค์ สำหรับสัตว์ที่นำมาใช้ฆ่า เพื่อทำทานในพิธีก็จะมี วัว ควาย แพะหรือ แกะ โดยชาวไทยมุสลิม ในพื้นที่ จ.ยะลา ส่วนใหญ่จะนิยมเชือดวัวเพราะวัว 1 ตัว สามารถแบ่งได้หลายส่วนและสามารถทำทานได้ทั้งครอบครัว ซึ่งเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าในพิธีกุรบ่านนี้ จะนำไปขายไม่ได้ นอกจากทำอาหารเลี้ยงหรือแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้เท่านั้น

