นาทีระทึก งูหลามล่าเหยื่อ เฝ้า เลื้อย รัด บด กลืน หมาในโชคร้าย
วันที่ 8 กรกฎาคม เฟชบุ๊ก ประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เผยแพร่เรื่องราวจากคำบอกเล่าของ นายประสิทธิ์ คำอุด เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายซึ่ง ตัวเองเป็นผู้บันทึกไว้ การต่อสู้ระหว่างผู้ล่าอย่างหมาไน กับผู้ล่าอย่างงูหลาม ซึ่งเมื่อฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ อีกฝ่ายจะกลายเป็นเหยื่อทันที
โดยส่วนหนึ่งของข้อความในเฟชบุ๊กระบุว่า “วัฏจักรธรรมชาติ” ที่เกิดขึ้นที่ทุ่งกะมังแห่งนี้ นอกจากมีนักล่าเป็นทีมอย่างหมาในแล้ว ยังมีงูหลามซึ่งเป็นอีกหนึ่งในนักล่า ผู้ช่วยควบคุมจำนวนประชากรสัตว์ป่าในระบบนิเวศ
เขาเล่าถึงวิธีการล่าเหยื่อของงูหลามให้เราฟังว่า งูหลามจะใช้วิธีพรางตัวนิ่ง ๆ บางครั้งนานนับเดือนอยู่ในพุ่มไม้ พุ่มหญ้า หรือแม้แต่กองใบไม้ที่รกทึบตามด่านหรือเส้นทางของสัตว์ป่า งูหลามมันจะโผล่มาแค่ส่วนหัวที่พร้อมพุ่งทยานเข้าฉกรัดเหยื่อของมันเท่านั้น

ทว่าวันนี้ยังมีความโชคดีของเนื้อทรายอยู่บ้าง พวกมันสังเกตเห็นผู้ล่าก่อนจะตกเป็นเหยื่อ ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นตามมา เนื้อทรายนับสิบตัวผลัดกันเข้าไปรุมล้อมเพื่อป้องกันตัว บ้างพลางขู่ บ้างพลางถอย อยู่เช่นนี้นานนับชั่วโมง แต่เจ้างูหลามก็ไม่ยอมเลื้อยออกจากที่ซ่อนของมันแต่อย่างใด
เช้าวันต่อมางูหลามได้หายไปจากจุดเดิม ทิ้งไว้เพียงร่องรอยหญ้าที่แบนราบให้พอสังเกตได้ว่าเคยพรางตัวอยู่ตรงจุดนี้ พอช่วงบ่ายบริเวณชายป่าเขาได้ยินเนื้อทรายส่งเสียงร้องพร้อมกระทืบเท้า เมื่อมองตามไปภาพที่เห็นคือเนื้อทรายตัวหนึ่งถูกงูหลามตัวเขื่องยาวกว่า 5 เมตร กำลังกัดและรัดบดกระดูกเหยื่องของมันจนสิ้นใจ ก่อนจะเลื้อยออกไปพัก พร้อมทิ้งเหยื่อที่โตเต็มวัยน้ำหนักราว ๆ 50 กว่ากิโล นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

2 ชั่วโมงต่อมา งูหลามตัวเดิมเลื้อยออกมาพร้อมอ้าปากกลืนเหยื่อของมัน เริ่มจากส่วนหัว ขั้นตอนการกลืนเหยื่อ เป็นไปอย่างช้า ๆ กินเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง ยอมรับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสและบันทึกภาพอย่างใกล้ชิด นี่อาจเป็นภาพที่ดูโหดร้าย แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่านี่คือ “วัฏจักรของธรรมชาติ” ที่เกิดขึ้นตามห่วงโซ่อาหาร


