กทม. รับ ‘ซิกา’ กระจายพื้นที่กรุงเทพฯ 22 ราย เตือนอย่ามีเซ็กส์ตอนป่วย มีสิทธิแพร่เชื้อ

12.09.16 | 14:46 น.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวกรณีพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่ กทม.ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2559 กทม.พบผู้ป่วยไวรัสซิกามาแล้ว 7 ราย ซึ่งมีการสอบสวนโรคและปิดเคสไปแล้วเรียบร้อย แต่ล่าสุดรายที่ 8 พบที่เขตสาทร เป็นหญิงตั้งครรภ์ คาดว่าติดเชื้อมาจากสามีที่เดินทางมาจากสิงคโปร์ หลังจากทราบเรื่องได้มีการสอบสวนโรคและตรวจหาเชื้อ ซึ่งผลทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้ออีก 21 ราย ซึ่งมาจาก 1.เป็นผู้สัมผัสผู้ป่วยหรือผู้ใกล้ชิด และ 2.อยู่ในบริเวณรัศมีรอบบ้านผู้ป่วย 100 เมตร และมีอาการบ่งชี้ด้วยอาการไข้ออกผื่น ปวดข้อ ตาแดง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรวม 22 คน ไม่ได้อยู่แค่เขตสาทร แต่มีการกระจายไปยังเขตอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ ไม่ขอเปิดเผยว่าอยู่เขตใดบ้าง เนื่องจากขณะนี้ผู้ป่วยได้รับผลกระทบในเรื่องของจิตใจ ซึ่งอยากวอนสื่อในการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วย เพราะอาจมีเรื่องของการละเมิดสิทธิผู้ป่วยด้วย

“ส่วนรายอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีอยู่อีกกว่า 30 ราย คาดว่าผลน่าจะออกในเร็วๆ นี้ แต่หากพบว่ามีการติดเชื้อก็จะดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคต่อไปเหมือนกรณีรายล่าสุดซึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่เขตสาทรนั้น เราทราบข้อมูลและลงพื้นที่ในวันที่ 2 กันยายน ก็พบว่ามีผู้ป่วย 2 ราย จากนั้นวันที่ 3 กันยายนพบอีก 5 ราย วันที่ 5 กันยายนพบอีก 6 ราย วันที่ 6 กันยายนพบอีก 7 ราย และวันที่ 7 กันยายนพบอีก 2 ราย รวมเป็น 22 ราย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระบบการเฝ้าระวังทั้งสิ้น ทั้งนี้ ใน 22 คนดังกล่าวพบมีหญิงตั้งครรภ์หนึ่งคน มีอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเชื้อแล้ว แต่ยังต้องอัลตราซาวด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามทารกในครรภ์ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ แต่โดยปกติแล้วหญิงตั้งครรภ์ที่ต้องระวังคือช่วงตั้งครรภ์ประมาณ 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังสร้างอวัยวะต่างๆ” พญ.วันทนีย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปสถานการณ์ กทม.ถือว่ามีการระบาดของซิกาหรือไม่ พญ.วันทนีย์กล่าวว่า เรียกว่าเป็นการระบาดในบางพื้นที่ ไม่ใช่ระบาดเป็นวงกว้าง และไม่น่าวิตกกังวล ไม่อยากให้ตื่นตระหนก แต่ขอให้ตระหนัก เพราะ กทม.ได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวังและควบคุมโรค โดยกลุ่มเสี่ยงมีอยู่ 4 กลุ่มคือ 1.หญิงตั้งครรภ์ ที่ฝากครรภ์ในสถานพยาบาลทุกสังกัด สูตินรีแพทย์จะมีการตรวจ หากมีอาการไข้ออกผื่น ปวดข้อ ตาแดง ก็จะส่งตรวจเชื้อ 2.ทารกที่คลอดออกมามีศีรษะเล็กกว่าปกติ หากพบแพทย์จะซักประวัติและเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบและเข้าสู่ระบบการติดตามต่อไป 3.ผู้ป่วยโรคปลายประสาทอักเสบ ซึ่งมีรายงานวิชาการว่าอาจมาจากไวรัสซิกาได้ และ 4.กลุ่มที่มีอาการไข้ออกผื่น ปวดข้อ และตาแดง แต่ทั้งหมดขอย้ำว่ายังไม่พบว่ามีผู้ป่วยซิการายใดที่เสียชีวิต

นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า สำนักฯได้ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยทุกคนในการดูแลตนเองและป้องกันไม่ให้แพร่กระจายเชื้อ จากการที่ยุงลายมากัดตนและอาจนำเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกและช่วงที่มีไข้ และเชื้อยังอยู่ในกระแสเลือด จึงต้องมีการระมัดระวัง แต่คงไม่ได้ห้ามออกนอกพื้นที่ อย่างไรก็ตาม มีการเฝ้าระวังตามเกณฑ์ของ สธ.คือ 28 วัน หากไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ถือว่าเป็นพื้นที่ปลอดเชื้อ ทั้งนี้ ช่วงที่พบผู้ป่วยซิกาที่เป็นหญิงตั้งครรภ์ในเขตสาทร จากการสอบสวนโรคพบว่ามีค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายสูงมาก แต่หลังจากเข้าไปมีการควบคุมโรคก็พบว่าค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายลดลง

ผู้สื่อข่าวถามว่า โอกาสติดต่อจากเพศสัมพันธ์มีหรือไม่ อย่างกรณีหญิงตั้งครรภ์อาจติดจากสามี นพ.วงวัฒน์กล่าวว่า มีรายงานว่าอาจเป็นไปได้ ทางที่ดีช่วงมีไข้อย่ามีเพศสัมพันธ์ดีกว่า

Advertisement

นพ.อนุตรศักดิ์ รัชตะทัต ผู้ช่วย ผอ.สำนักงานควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาสะสม 97 รายจากทั่วประเทศ แต่อยู่ในภาวะควบคุมได้ ทั้งนี้ มีอยู่เพียง 12 อำเภอ ใน 6 จังหวัดที่มีรายงานผู้ป่วย และอยู่ในระยะของการควบคุมโรค โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยใหม่ก็ดำเนินการอย่างเข้มข้น ไม่ให้เจอผู้ป่วยเพิ่มเติม