ศบค.เผยไทยฉีควัคซีนโควิดแล้ว 12 ล้านโดส พบฉีดครบ 2 โดสแค่ 4.9% แถม 7 ล้านโดสเป็นซิโนแวค ยกตัวอย่าง ‘แอลเอ’ ฉีดครบโดส ก็ติดเชื้อ-ตายได้ แต่น้อยมาก
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)(ศบค.) กล่าวว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. – 11 ก.ค. สะสม 12,569,213 โดส แบ่งเป็นเข็มที่ 1 จำนวน 9,301,407 โดส และเข็มที่ 2 อีก 3,267,806 โดส ยอดเฉพาะวันที่ 11 ก.ค. ฉีดไป 100,025 โดส
ทั้งนี้หากคิดเป็นสัดส่วนต่อประชากรล่าสุดที่ 66.1 ล้านคน ประชากรที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วจะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 4.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ข้อมูลยังระบุด้วยว่าในจำนวน 12 ล้านโดสที่ฉีดไปแล้วยังเป็นวัคซีนซิโนแวค มากถึง 7.03 ล้านโดสอีกด้วย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า จากที่ผ่านมาในการกำหนดมาตรการ 2 สัปดาห์ ศบค.ขอความร่วมมือให้หน่วยฉีดวัคซีนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เร่งระดมการฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงของโรค โดยรายงานของกรุงเทพมหานคร ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ที่มีการฉีดวัคซีนในกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยที่ผ่านมาฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 7 กลุ่มโรค เฉลี่ยวันละ 7 พันราย นอกจากนั้น ก็จะมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นในสัปดาห์นี้

“คำถามว่าเมื่อได้รับวัคซีนแล้วยังมีโอกาสติดเชื้อและเสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งมีข้อมูลจากสหรัฐอเมริกา เช่น ลอสแอนเจลิส มีผู้ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 4.5 ล้านคน อัตราติดเชื้อมีอยู่แต่น้อยมาก 2,190 คน คิดเป็น 0.048% ในจำนวนนี้มี 192 รายป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล คิดเป็น 0.0042% และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นข้อมูลสรุปว่า แม้ฉีดครบ 2 โดส ก็ยังสามารถติดเชื้อ แพร่เชื้อ มีอาการทรุด ป่วยหนักและเสียชีวิตได้ โดยมุ่งเน้นไปในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่เดิม เช่น ผู้ป่วยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ที่ต้องรับยากดภูมิ หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่มีการติดเชื้อสูง” พญ.อภิสมัย กล่าว

