เพิ่งออกคุกไม่เข็ด 191 ตามจับสองผู้ต้องหารับจ้างขนกัญชาใส่ตู้ทึบส่งลูกค้า

13.07.21 | 20:34 น.

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผู้บังคับการกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ(ผบก.สปพ.) หรือ 191 พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จับกุม นายเพิ่มพล หรือต้อง หงษ์พงษ์ อายุ 35 ปี และนายพิทักษ์ หรือเอก ศรีโสภา อายุ 40 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 300 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์ 2 คัน


พล.ต.ต.สำราญ  กล่าวว่าก่อนจับกุม พล.ต.ต.สมบูรณ์ พ.ต.อ.ปิยรัช และ พ.ต.ต.ไพบูลย์  สืบสวนทราบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นย่านนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ลักลอบลำเลียงและจำหน่ายยาเสพติดโดยมีนายเพิ่มพล ขับรถกระบะ หลังคาสูงปิดทึบ ในการลาเลียงยาเสพติด และมีนายพิทักษ์ อาชีพขับแท็กซี่ ติดต่อซื้อขายยาเสพติดให้ผู้ค้ารายย่อย จากการสืบสวนทราบว่านายพิทักษ์ นัดลูกค้าเพื่อเจรจาซื้อขายยาเสพติดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว และใช้อาชีพขับแท็กซี่ เป็นการอำพราง

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวอีกว่าต่อมาทราบว่าวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมานายเพิ่มพล จะลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถกระบะหลังคาสูงปิดทึบ จากพื้นที่ จ.นครปฐม เข้ามาในปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จว.นครปฐม จึงเข้าสังเกตพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับเข้ามาจึงขอตรวจค้นพบ กัญชาอัดแท่งห่อด้วย ฟรอยด์สีทอง จำนวนประมาณ 300 กิโลกรัม วางอยู่บริเวณท้ายกระบะ จึงแจ้งว่าต้องถูกจับในข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชาอัดแท่ง) ไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายโดยผิดกฎหมาย และจากการซักถามและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องนายเพิ่มพล ให้การรับว่า มีผู้ร่วมกระทำความผิดที่ทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาขายและดูเงินซื้อยาเสพติด ซึ่งรู้เห็นในการกระทาความผิดครั้งนี้จึงจับกุมนายพิทักษ์ ได้ที่ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่หงหนึ่ง ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ก่อนแจ้งข้อหานายพิทักษ์ว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5(กัญชาอัดแท่ง) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและร่วมกันจาหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชาอัดแท่ง)โดยผิดกฎหมาย”

รองผบช.น.กล่าวว่าจากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองรับว่านายบี เป็นผู้จ้างให้นายเพิ่มพล เป็นผู้ขนยาเสพติดและนายพิทักษ์ เป็นผู้รับเงินค่ายาเสพติด โดยนายเพิ่มพล รับค่าจ้างครั้งละ 75,000 บาท และนายพิทักษ์ รับค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท โดยผู้ถูกจับทั้งสองพึ่งพ้นโทษออกมาจากเรือนจำได้ไม่นาน และลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้แก่ผู้เสพรายย่อยเรื่อยมา จึงนำผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Advertisement