สาว18 มงกุฎ ออกล่าเหยื่อฉกทรัพย์ 2 ร้านติด โชคดีเจ้าของร้านเบ็ดเตล็ด รู้ทันเลยอด

12.09.16 | 20:39 น.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน น.ส.ชลธิชา ราสุวรรณ์ อายุ 40 ปี พนักงานขายเฟอร์นิเจอร์ ร้าน SHOCK PRICE ตั้งอยู่ที่ 6/19 หมู่ 3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรีเปิดเผยว่า ช่วงเที่ยงวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ได้มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงินได้ทำทีเข้าซื้อเฟอร์นิเจอร์ พร้อมทั้งตำหนิว่ามีจุดที่ชำรุด จึงได้ใช้กล้องมือถือถ่ายภาพไว้ได้ติดมือ รวมทั้งใบหน้าด้วย และหญิงสาวคนดังกล่าวได้สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น คาดว่าจะได้เงินประมาณ 3 หมื่นบาท พอดีมีลูกค้าอีกคนหนึ่งมาเอาเฟอร์นิเจอร์จึงไปช่วยกันยกขึ้นรถ ปรากฏว่าช่วงเดินกลับมาสาว 18 มงกุฎได้อ้างว่าจะไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างร้าน ก็ไม่ได้คิดอะไร จึงได้มาที่เคาท์เตอร์พบว่ากระเป๋าสะพายเปิดออก ตรวจดูพบว่ากระเป๋าเงินหายไปแล้ว ภายในมีเงิน 5 พันบาท พร้อมเอกสารราชการ บัตรประชาชน ใบขับขี่รถยนต์ ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งสอบถามน้องพนักงานด้วยกันพบว่ากระเป๋าก็หายไปด้วยเหมือนกัน จึงให้วิ่งไปดูที่ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างร้าน ปรากฏว่าไม่พบหญิงสาวนั้นแล้ว ขณะนี้ได้แจ้งความที่ สภ.เสม็ด พร้อมทั้งนำรูปถ่ายให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

“เงินนั้นไม่เสียดาย แต่อยากได้เอกสารคืน เพราะทำใหม่เสียเวลามาก จึงอยากได้คืนมากกว่า โดยจะเอามาคืนแบบไหนก็ได้แล้วจะไม่เอาความ” น.ส.ชลธิชา

น.ส.ชลธิชา ราสุวรรณ์ อายุ 40 ปี พนักงานขายเฟอร์นิเจอร์ ร้าน SHOCK PRICE
น.ส.ชลธิชา ราสุวรรณ์ อายุ 40 ปี พนักงานขายเฟอร์นิเจอร์ ร้าน SHOCK PRICE

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากได้รับแจ้ง จากนางช่อทิพย์ อายุ 58 ปี ร้านขายของเบ็ดเตล็ด 20 ว่า มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี สวมกางเกงยีนส์ สีน้ำเงิน เสื้อคอกลมสีขาว ซึ่งเป็นคนเดียวกันที่ก่อเหตุเมื่่อช่วงเที่ยง ที่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ โดยหญิงสาวคนดังกล่าวได้ทำทีมาซื้อ แก้ว จาน ชาม ช้อน พร้อมทั้งอ้างว่าจะไปเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว พร้อมทั้งพยายามให้ นางช่อทิพย์ไปหยิบสิ่งของภายหลังร้านบ่อยครั้ง ทำให้นางช่อทิพย์เริ่มไม่ไว้ใจ เพราะว่าลักษณะดังกล่าวได้เกิดขึ้นในการลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ จ.ชลบุรี จึงพยายามจับตามองหญิงสาวคนนั้น จนกระทั่งเห็นผิดสังเกตจึงไปที่โต๊ะเก็บเงินพบว่ากระเป๋าถูกโยกย้าย ภายในมีเงินหลายพันบาท และทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเอกสารอีกหลายรายการ จึงคิดว่าเป็นคนร้ายแน่แล้ว จึงได้พยายามทำดีด้วย จนกระทั่งหญิงสาวคนดังกล่าวเลือกสิ่งของเสร็จแล้วอ้างว่าจะไปกดเงินมาจ่าย หลังจากนั้นได้หนีไปเลย

“ยอมรับกลัวมาก เพราะอยู่กันเพียง 2 คน คนร้ายสมัยนี้โหดร้ายอาจถูกฆ่าได้ จึงต้องพยายามทำความดีก่อนที่เขาจะจากไป หลังจากนั้นได้มาตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า หญิงสาวได้พยายามไปหยิบกระเป๋าถึง 3 ครั้ง จนกระทั่งครั้งสุดท้ายได้ยกกระเป๋ามาวางแอบไว้ และพร้อมที่จะหยิบหลบหนีไป โชคดีที่เห็นพฤติกรรมผิดสังเกตจึงได้ไปตรวจสอบกระเป๋าทำทีเหมือนให้รู้ว่าสามารถจับพิรุธได้แล้ว โดยตรวจสอบทรัพย์สินภายในกระเป๋าเงินว่าอยู่ครบ หญิงสาวคนที่จะก่อเหตุรู้ตัวจึงได้หลบหนีไป ซึ่งได้นำภาพวงจรปิดให้ตำรวจ สภ.เสม็ด เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป เพื่อไม่ไปก่อเหตุที่อื่นอีก” นางช่อทิพย์กล่าว