บิ๊กอ๊อด-สมาคมฟุตบอลฯต้องควักจ่าย 450 ลบ. บมจ.สยามสปอร์ต ตามศาลอุทธรณ์พิพากษาเหตุยกเลิกสิทธิประโยชน์”บอลไทยลีก”
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ คดีแพ่งที่ ทป 32/2560และคดีแพ่งที่ ทป 79/2560 ที่ บริษัท สยามสปอร์ตซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์ฟ้อง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กับพวกรวม 20 คน เป็นจำเลย
เรื่องผิดสัญญา ลิขสิทธิ์ เรียกค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์คดี ทป 32/2560 จำนวน 390,750,000บาท ส่วนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 79/2560 จำนวน 1,401,220,807.15 บาท
โดย บมจ.สยามสปอร์ตซินดิเคทฯ จำกัด ฟ้องสรุปว่า สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ทำสัญญาแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้บริหารสิทธิประโยชน์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ฉบับลงวันที่ 8 ก.พ.2556 สำหรับการแข่งขันประจำปี 2559-2560 และฉบับลงวันที่ 9 ก.ย.2558 สำหรับการแข่งขันประจำปี2561-2565 รวม 5 ฤดูการแข่งขันสัญญาทั้ง2 ฉบับมีสาระสำคัญคือจำเลยที่ 1 มอบสิทธิให้โจทก์ในการบริหารสิทธิประโยชน์การแข่งขันฟุตบอลอาชีพของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดจากนั้นโจทก์ได้ให้สิทธิแก่บริษัท ซีนีเพล็กซ์ จำเลยที่ 20 ซึ่งเป็น บริษัทในเครือของ บริษัท ทรูวิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด ดำเนินการถ่ายทอดเสียงและภาพการแข่งขัน โดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมและจำเลยที่ 3-19 เป็นกรรมการ
ต่อมา สมาคมกีฬาฟุตบอล และ พล.ต.อ.สมยศ จำเลยที่ 1-2 ได้ยกเลิกสัญญาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน
คดีนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ พิพากษาให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่สยามสปอร์ตฯ จำนวน 50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง และให้สยามสปอร์ตฯ คืนเงินจำนวน 240 ล้านบาท แก่บริษัทซีนีเพล็กซ์ จำกัด จำเลยที่ 20 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 20 ยื่นอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิเคราะห์แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 450 ล้านบาทแก่บมจ.สยามสปอร์ต พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้อง วันที่ 27 มิ.ย.60 จนถึงวันที่ 10 เม.ย.64 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราอื่นที่เปลี่ยนแปลงไปตาม พ.ก.ฎ.ที่ออกตามประมวลกฎหมายอาญาแพ่งและพาณิชย์มาตรา7 วรรคสอง ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่ง ที่ใช้บังคับในช่วงเวลานับตั้งแต่วันที่ 11 ม.ย.64 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ และให้ บ.สยามสปอร์ตโจทก์ ชำระเงิน 240 ล้านบาท แก่ซีนีเพล็กซ์จำเลยที่ 20 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 ก.พ.2559 ถึงวันที่ 10 เม.ย.2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี หรืออัตราอื่นที่เปลี่ยนแปลงไปตาม พ.ก.ฎ.ที่ออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา7 วรรคสอง ประกอบมาตรา 224 วรรคหนึ่งที่ใช้บังคับในแต่ละช่วงเวลานับแต่วันที่ 11 เม.ย.2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยที่ 20 แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีตามที่จำเลยที่ 20 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

