นครบาลเตือนม็อบ “18 กรกฎา” จัดกิจกรรมไปทำเนียบผิด กม.

16.07.21 | 12:26 น.

นครบาลเตือนม็อบ “18 กรกฎา” จัดกิจกรรมไปทำเนียบผิด กม.ให้รับผิดชอบต่อสังคมหวั่นแพร่เชื้อโควิด ฟันแล้ว 10 คดี 7 กลุ่ม ผู้ชุมนุม 99 ราย


เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ว่ากรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มราษฎร ,กลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free Youth) และกลุ่มภาคีเครือข่ายแนวร่วมต่างๆ “#ม็อบ 18 กรกฎา” ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 โดยนัดรวมตัว เวลา 14.00 น. จัดกิจกรรมปราศรัยทางการเมือง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เดินขบวนไปหน้าทำเนียบรัฐบาล นั้น

 บช.น. จึงอยากจะเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยหลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการเข้าร่วมการชุมนุม เพราะมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วนำไปแพร่กระจายสู่บุคคลอื่นต่อเป็นวงกว้าง และหากมีผู้ชุมนุมรวมกลุ่มเกินกว่า 5 คน กระทำการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง กระทบต่อการใช้รถใช้ถนนของประชาชน จะถือเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ฉบับที่ 27 ,พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ ,พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ,พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ,พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ในการชุมนุมที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 2,3,4,6,9,10,11 ก.ค.64 มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำกิจกรรมฝ่าฝืนข้อกำหนดหลายกลุ่ม ดังนี้  1.กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (2 ก.ค.64)  2.กลุ่มไทยไม่ทน โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ และอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ (3, 10, 11 ก.ค.64)  3.กลุ่มประชาชนคนไทย โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ (3 ,10 ก.ค.64)  4.กลุ่มนายสมบัติ บุญงามองค์ จัดกิจกรรม CarMob (3 ,10 ก.ค.64) 5.กลุ่มโมกหลวงริมน้า โดยนายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง (3 ก.ค.64)  6.กลุ่มกิจกรรม “Bangkok sandbox” โดยนายพรหมศร วีระธรรมจารี (6 ก.ค.64) และ 7.กลุ่มอาชีวะปกป้องประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายธนเดช ศรีสงคราม (9 ก.ค.64)  ต่างทำกิจกรรมของตน ในเขตท้องที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพบว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายในข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ,พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ ,พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ,พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ,พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

Advertisement

โดยในภาพรวม สถานีตำรวจที่เป็นท้องที่เกิดเหตุได้ตรวจพบการกระทำความผิด ได้แก่ สน.นางเลิ้ง ,ชนะสงคราม ,ดุสิต และสำราญราษฎร์ได้มีการรับคำร้องทุกข์ไว้เพื่อสอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมรวมทั้งสิ้น 10 คดี โดยขณะนี้ได้พิสูจน์ทราบตัวผู้กระทำผิดแล้ว จำนวน 99 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคลเพิ่มเติม และคนที่รู้ตัวแล้วพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป