เคาะฉีดไขว้ บุคลากรแพทย์ ซิโนแวค2เข็ม+แอสตร้าฯ ปชช.ใช้สูตรซิโนแวค+แอสตร้า

16.07.21 | 16:15 น.

เคาะฉีดไขว้บุคลากรแพทย์ ซิโนแวค2เข็ม+เข็ม3 แอสตร้าฯ หรือ วัคซีน mRNA – ปชช.ใช้สูตรซิโนแวค+แอสตร้าฯ เผย จ่อเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์เข้มทั่วประเทศ หลังพบยังมีผู้ฝ่าฝืนมาตรการควบคุม

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(โควิด-19)(ศบค.) แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) วาระพิเศษที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่า รายยงาน พบหลายประเทศมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยประเทศอินเดีย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่กว่า 30,000 ราย บราซิล 20,000 กว่าราย ฝรั่งเศส 4,000 กว่าราย สหรัฐอเมริกา 30,000 กว่า ราย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศเมียนมาร์ เวียนนาม กัมพูชา ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อ ขยับขึ้นค่อนข้างสูง และอย่างที่เคยย้ำ ว่า ผู้เชี่ยวชาญทั้งของไทยและต่างประเทศ มีการรายงานต่อเนื่องถึงการแพร่เชื้อสายพันธุ์เดลต้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกขยับขึ้น


อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบ ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ข้อมูลวันที่ 14 กรกฎาคม ไทย เป็นอันดับที่ 53 ถ้าเทียบกับทั่วโลกที่มีการรายงานผู้ติดเชื้อ ประเทศอังกฤษ มีผู้ติดเชื้อ 200,000 กว่าราย บราซิล 300,000 กว่าราย อินโดนีเซีย 253,000 กว่าราย ไทยและมาเลเซียใกล้เคียงกันอยู่ที่ 50,000 กว่าราย เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร ประเทศอังกฤษมีประชากร 68 ล้านคน เทียบการติดเชื้อ 200,000 รายใน 7 วันคิดเป็น ประชากร 3,306 ราย ต่อประชากรล้านคน ถ้าเทียบกับประเทศไทย 55,000 ที่เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ใน 7 วัน เป็นตัวเลขประชากรต่อล้าน อยู่ที่ 797 รายต่อประชากรล้านคน เห็นได้ว่ายังมีสัดส่วนที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับประเทศอังกฤษ ทั้งนี้จากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ทำให้หลายประเทศมีการปรับมาตรการ อย่างประเทศอิสลาเอล ซึ่งเคยประกาศเลิกสวมหน้ากากอนามัย ก็กลับมาประกาศให้ประชาชนในประเทศ กลับมาสวมใส่หน้ากากอนามัยทั้งที่ประเทศเหล่านี้ มียอดการฉีดวัคซีนทั้งประเทศค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงขอเน้นย้ำอย่างต่อเนื่องว่า แม้จะฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้วเรื่องมาตรการป้องกันส่วนตัวยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการรายงาน สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 9,692 ราย เสียชีวิต 67 ราย มีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม รวมกัน 106,951 ราย ผู้ป่วยอาการหนัก 3,367 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 847 ราย และถ้าดูภาพรวมของประเทศจะเห็นว่า ตอนนี้ทิศทาง การระบาด นอกจากพบในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในต่างจังหวัด พบว่า ตัวเลขขยับมาเป็น 50 ต่อ 50 เริ่มมีการแพร่ระบาดไปยังชุมชนและคนในครอบครัว ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น สำหรับ 10 จังหวัด ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ดังนี้ กรุงเทพฯ 2,195 ราย ยอดสะสม 108,326 ราย สมุทรสาคร 653 ราย สะสม 15,640 ราย สมุทรปราการ 607 ราย สะสม 25,767 ราย ชลบุรี 530 ราย สะสม 14,054 ราย นนทบุรี 456 ราย สะสม 16,182 ราย ฉะเชิงเทรา 374 ราย สะสม 4,781 ราย ยะลา 264 ราย สะสม 4,437 ราย ปทุมธานี 243 ราย สะสม 13,854 ราย นครปฐม 202 ราย สะสม 7,437 ราย และปัตตานี 191 ราย สะสม 5,276 ราย

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อด้วยว่า ที่ประชุมวาระพิเศษมีการติดตามมาตรการทั้งในส่วน กรุงเทพฯ ปริมณฑลและ 10 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมเข้มงวดสูงสุด มีการประเมินสถานการณ์ การควบคุมการแพร่ระบาด หลังมีการประกาศมาตรการไปแล้ว 5 วัน โดยมีการรายงานตัวเลข ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่งคง (ศปม.) ในส่วนของมาตรการที่ได้เน้นย้ำประชาชนไปก่อนหน้านี้ ส่วนแรก เรื่องการกระทำความผิด 217 ราย มีการฝ่าฝืนมาตรการห้ามออกนอกเคหะสถาน 157 ราย ฝ่าฝืนมาตรการห้ามรวมกลุ่ม 59 ราย ทั้งหมดนี้ถูกดำเนินคดี 45 ราย ที่เหลือเจ้าหน้าที่พยายามตัดเตือน ขอความร่วมมือ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดและขอความร่วมมือประชาชนทำตามมาตรการที่กำหนด ทั้งการห้ามออกนอกเคหะสถาน การรวมกลุ่ม รวมทั้งการเดินทางภายในประเทศของประชาชน ซึ่งข้อมูลของกระทรวมคมนาคม พบว่า ประชาชนยังมีการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเดินทางภายในจังหวัดเดียวกัน และเดินทางข้ามจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ที่ประชุมมีความเป็นห่วง สอดคล้องกับการรายงานของกรมควบคุมโรคที่พบว่า ยังมีการเดินทางออนอกเคหะสถาน พบพฤติกรรมการรวมกลุ่ม และยังพบการจับวงไพ่ เปิดเล่นกันท้ายรถกระบะ ขณะที่ยังพบรายงานว่า ขณะที่รวมกลุ่มยังมีการไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่าง ภาพรวมประชาชนให้ความร่วมมืออย่างดี แต่ก็ยังมีบางกลุ่ม ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการได้ ทำให้ยังมีผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง

Advertisement

“นอกจากนี้ศปม.ยังรายงาน ว่า มีการร้องเรียนกิจการ สถานประกอบการ ซึ่งไม่ปฏิบัติตามาตรการถึง 102 ข้อร้องเรียน รายงานเหตุการณ์มั่นสุม 92 เหตุ จากการรายงานผลการกำกับ มาตรการ ใน5 วันที่ผ่านมา นำมาสู่ข้อสรุปในที่ประชุม มีความเป็นห่วงและอาจต้องมีการปรับมาตรการให้มีความเข้มข้นมากขึ้น อาจจำเป็นต้องมีการปิดกิจการ กิจกรรมบางอย่าง จากเดิมที่อนุญาตให้มีการเปิดกิจการ กิจกรรม ถึงเวลา 20.00 น. เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเดินทางกลับบ้าน และออกนอกเคหะสถานไม่ได้หลังเวลา 21.00 น. ที่ประชุมมีการพิจารณาว่า อาจจะมีการปิดให้มากขึ้น ปิดมากที่สุด และอาจจะพิจารณามาตรการที่เข้มข้นมากชึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ต้องเน้นย้ำว่า มาตรการล็อกดาวน์ที่ประกาศไปเป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ล็อกดาวน์เป็นพื้นที่ ควบคุมสูงสุด เฉพาะ 10 จังหวัด ไม่ใช่ทั้งประเทศ เพื่อให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด แต่เมื่อพบว่า การบังคับใช้มาตรการ 5 วันที่ผ่านมายังมีความน่าเป็นห่วง ผอ.ศบค. จึงให้คณะแพทย์ที่ปรึกษามีการทบทวนมาตรการสาธารณสุขและนำเสนออย่างเร่งด่วน” พญ.อภิสมัย กล่าว

นอกจากนี้ มีการหารือ การควบคุมการแพร่ระบาดโดยการตรวจหาเชื้อให้ครอบคลุมประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยง โดยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ ย้ำว่า ปัจจุบันมีการตรวจหาเชื้อได้วันละ 7-8 หมื่นราย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงอนุญาติให้ใช้ Antigen Test Kit หรือ ATK ในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจเชื้อมากที่สุด เพื่อค้นหาผู้ป่วยติดเชื้อนำเข้าสู่กระบวนการโดยเร็วที่สุด การตรวจหาเชื้อโดยATK นอกจากเป็นการตรวจที่ง่ายให้ผลรวมเร็วและราคาไม่แพง เข้าถึงได้ง่าย แต่ยังห่วงเรื่องความแม้นยำของผลตรวจ อย่างไรก็ตามการให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจก็ยังดีกว่าไม่ได้ตรวจ แต่เน้นย้ำเมื่อตรวจแล้วผลบวกขอให้ประชาชนไปติดต่อบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ไม่ต้องไปโรงพยายาลใหญ่ ๆ เพื่อเข้ารับการดูแลประเมินตามระดับความรุนแรง หากความรุนแรง ระดับสีเขียวอ่อน หรือสีเขียวเข็ม จะจัดให้ รักษาตัวที่บ้าน หรือ Home isolation หากมีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน อาจจะมีการจัดที่พักคอยในชุมชน เป็น Community Isolation ตรงนี้ขอทำความเข้าใจ เพราะการตรวจหาผู้ป่วยในชุมชนมีปริมาณมาก หากพบผู้ป่วยสีเขียว อาการน้อยหรือไม่มีอาการให้ดูแลที่บ้าน หรือแยกกักตัวในชุมชน จะทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับการรักษาตัวโดยเร็วที่สุด ลดการแพร่เชื้อในชุมชน จากการทีไม่ได้ตรวจและไม่ได้แยกกักตัวเอง และสิ่งสำคัญคือ จะช่วยสงวนเตียง โรงพยายามที่อาจต้องใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงในระดับ สีเหลือและสีแดง

ทั้งนี้ อธิบดีกรมวิทย์ เน้นย้ำว่า การตรวจนี้ ถือเป็นอุปกรณ์การแพทย์ ขอให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล สถานพยายาล หรือ สามารถไปซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ได้ที่ร้านขายยา ไม่อนุญาตให้ซื้อในร้านสะดวกซื้อ หรือซื้อสั่งออนไลน์ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นต้องมีการตรวจมาตรฐาน ดังนั้นหากไปซื้อในแหล่งที่ไม่ใช่ร้านขายยา หรือสถานพยาบาล ขอให้ระวัง เพราะอาจมีการแปลผลผิด นำไปสู่การแพร่ระบาดต่อไป อีกส่วนที่มีคำถามเกี่ยวกับการตรวจAKT กรณีทีเป็นโรงงาน สถาประกอบการ ที่มีพนักงานตำนวนมาก มีความสนใจหาอุปกรณ์เหล่านี้ไปตรวจหาเชื้อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รายงานให้ที่ประชุมรับทราบ ว่าในส่วนของโรงงานหรือสถานประกอบการที่มีพนักงานเกิน 50 คน จะมีสถานพยาบาลกำกับสถานประกอบการนั้น ๆ อยู่แล้ว ก็สามารถจัดหาการตรวจเชื้อให้กับบุคลกรได้ด้วย

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวอีกว่า โดยระบบการกักตัวที่บ้าน Home Isolation มีรายละเอียดดังนี้ เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ มีอายุไม่เกิน 60 ปี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อยู่คนเดียวหรือมีผู้ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีโรคร่วม อาทิ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่คุมไม่ได้ เป็นต้นและยินยอมแยกตัวในที่พักของตน ในส่วนการดำเนินการของสถานพยาบาล จะประเมินผู้ติดเชื้อตามดุลพินิจของแพทย์ ลงทะเบียนผู้ติดเชื้อที่เข้าเกณฑ์ แนะนำการปฏิบัติตัวให้กับผู้ติดเชื้อ ติดตาม ประเมินอาการติดเชื้อ โดยให้ผู้ติดเชื้อวัดอุณหภูมิ ระดับบออกซิเจนในเลือด และให้แจ้งสถานพยาบาลทุกวัน และมีระบบรับ-ส่งผู้ป่วยไปสถานพยาบาลหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง

พญ.อภิสมัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนศูนย์ดูแลโควิดในชุมชน จะมีการประเมินความพร้อมตามสถาการณ์ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เจ้าของสถานที่และชุมชน และพิจารณาจำนวนและระดับอาการของผู้ติดเชื้อ จำนวนและระดับอาการของ PUI จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง สถานที่ตั้ง สภาพแวดล้อม ทั้งนี้ต้องคัดเลือกพื้นที่หรือชุมชนที่มีความเข้มแข็ง ต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชน หรือภาคเอกชนในการร่วมกันดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ เป็นความร่วมมือระหว่าง เขต โรงพยาบาล (ทั่งภาครัฐและเอกชน) และศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ มีจิตอาสาโควิด ประจำศูนย์พักคอย ทำหน้าที่ดูแลและเป้นผู้ประสานงานกับทีมแพทย์ที่ปรึกษา ลักษณะชุมชน คือเป็นหมู่บ้าน หรือแคมป์คนงาน ชุมชนยินยอมรับผู้ติดเชื้อ สามารถดูแลผู้ติดเชื้อไม่เกิน 200 คน จัดตั้งศูนย์ติดตามอาการผู้ป่วยได้ลอด 24 ชั่วโมง สามารถส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลได้ หากผู้ป่วยมีอาการุนแรงขึ้น และมีสิ่งแวดล้อมที่ถูกลักษณะ หรือได้รับการปรับปรุงเพื่อป้องกันการระบาดออกนอกชุมชน ส่วนโรงงานไหนที่มีผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน หากโรงงานนั้นมีสถานที่ ที่มีความพร้อมสามารถสร้างเป็นศูนย์ดูแลโควิดในชุมชนได้ หรือจะส่งต่อไปในศูนย์พักคอยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 21 ศูนย์ ที่รองรับผู้ป่วยได้ 2,900 คน

พญ.อภิสมัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กรมการแพทย์แผนไทย และกรมการแพทย์ทางเลือก ได้รายงานผลการวิจัยการใช้ยาฟ้าทะลายโจร ในโรงพยาบาลสนามและการจ่ายให้ผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้าน ซึ่งพบว่าผลการศึกษาเป็นที่น่าพอใจ และจะขยายผลต่อไปใน Community Isolation ด้วย

“ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางการฉีดวัคซีนแบบผสมสูตร แนวทางการฉีดวัคซีนเขมกระตุ้น (Booster Dose) แนวทางการจัดการวัคซีน (วัคซีนหลักและวัคซีนทางเลือก) และแนวทางการจ่ายวัคซีน โดยมีมติ ดังนี้ ในส่วนของฉีดวัคซีนกระตุ้นให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม อนุญาตให้ฉีดกระตุ้นด้วย AstraZeneca หรือ วัคซีน mRNA ส่วนประชาชนทั่วไป ที่ประชุมมีข้อสรุปในการฉีดวัคซีนโดยใช้สูตรผสม คือสามารถใช้ซิโนแวค เป็นเข็มที่ 1 และกระตุ้นเข็มที่สองโดยใช้ AstraZeneca ได้ โดย ปลัดสธ. ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สธ. ได้รับฟังการศึกษาจากหลายหน่วยงานที่ได้ศึกษาในการใช้วัคซีนผสม ซึ่งประสิทธิภาพในการควบคุมโรคเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ และองค์การอนามัยโลกที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยก็ให้การยอมรับ จึงมีข้อสรุปในที่ประชุมที่สามรถฉีดวัคซีนไขว้กันได้” พญ.อภิสมัย กล่าว