ปลัด สธ.เคลียร์ชัด! ฉีดวัคซีนโควิดไขว้ชนิด-บูสต์เข็ม3 จ่อร่อน จม.ถึงจุดฉีดปรับสูตรทันที ชี้แพทย์ฉีดบูสเตอร์ด้วยชนิด mRNA โดยตอนนี้จะใช้แอสตร้าฯ หากจะรอไฟเซอร์ก็ได้
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีมีการปรับสูตรให้วัคซีนป้องกันโคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยใช้วัคซีนสลับชนิด ว่า หลังจากคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ มีมติดังกล่าว แต่ยังมีสถานพยาบาลและจุดฉีดวัคซีนหลายแห่งทั่วประเทศเกิดความสับสน ทำให้การฉีดวัควีนยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จากนี้ จะมีหนังสือจาก สธ.ส่งไปยังสถานพยาบาลต่างๆ ให้รับทราบแนวทางการใช้วัคซีนอย่างชัดเจน โดยหลักการคือ ต่อจากนี้จะให้ใช้ 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.วัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 1 และตามด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 ห่างกันประมาณ 3-4 สัปดาห์ 2.วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 1 และแอสตร้าฯ เข็มที่ 2
“ส่วนกรณีการฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 1 และตามด้วยซิโนแวคเข็มที่ 2 นั้น ขึ้นอยู่กับกรณีไป เช่น ผู้ไปรับบริการฉีดอาจขอฉีดซิโนแวค เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดสามารถดำเนินการฉีดได้ในกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป การฉีดตรงนี้ มีเหตุผลข้อมูลทางวิชาการ เพื่อนำมารองรับกรณีสายพันธุ์เดลต้า แต่หากมีสายพันธุ์อื่นๆ หรือมีวัคซีนชนิดอื่นๆ มา ก็ต้องปรับเปลี่ยนอีก จะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และสายพันธุ์ที่ปรับเปลี่ยนกัน” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
นอกจากนี้ ปลัด สธ.กล่าวว่า ส่วนกรณีบูสเตอร์โดส ทาง สธ.จะมีหนังสือแจ้งการฉีดดังกล่าว โดยฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคไปก่อนหน้านี้ครบ 2 เข็ม โดยจะบูสเตอร์ หลังเข็มที่ 2 แล้ว 4 สัปดาห์ ก็จะให้ดำเนินการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ หรือวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งของรัฐ คือ วัคซีนไฟเซอร์
“หากมาเมื่อไร ก็สามารถฉีดต่อได้ทันที แต่ตอนนี้ เรามีแอสตร้าฯ ก็จะดำเนินการฉีดด้วยแอสตร้าฯ ส่วนหากใครจะรอไฟเซอร์ก็สามารถรอได้ เพียงแต่ต้องป้องกันตัวเองอย่างเข้มข้น” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

