เมื่อวันที่ 13 กันยายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)ทั่วประเทศ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกา ว่า ในรอบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขผู้ป่วยเริ่มมีการทรงตัว โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบประมาณ 20 คน ซึ่งก็มีการเฝ้าระวังติดตามโรคเพื่อรอให้พ้นระยะ 28 วัน อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์ภาพรวมนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมจนปัจจุบัน ตัวเลขผู้ป่วยสะสมมีประมาณ 200 คน แต่เมื่อป่วยเพียง 1 สัปดาห์อาการก็ดีขึ้น ทำให้ตัวเลขป่วย 200 คนจะทยอยลดน้อยลง ก็จะเหลือเพียงแต่ละรอบสัปดาห์ที่พบเท่านั้น ซึ่งพบเฉลี่ยสัปดาห์ละ 20 คน และก็ไม่มีการแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆของประเทศ จะพบเพียง 3-4 จังหวัดที่ยังคงมีอยู่ในบางอำเภอเท่านั้น
“กรณีพบผู้ป่วยในกทม. อยู่ระหว่างการติดตามอาการให้พ้นระยะ ส่วนอีก 30 รายที่ทางกรุงเทพมหานคร(กทม.) ระบุว่า อยู่ระหว่างรอผลการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ซึ่งยังไม่พบรายงานผู้ป่วยเพิ่มแต่อย่างใด” นพ.สุวรรณชัย กล่าว และว่า การกำจัดลูกน้ำยุงลายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ซิกา ยังรวมทั้งโรคไข้เลือดออกด้วย ซึ่งข้อมูลตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันพบผู้ป่วย 38,000 ราย เสียชีวิต 31 ราย

นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กล่าวว่า มาตรการป้องกันโรคที่สำคัญ คือ การกำจัดลูกน้ำยุงลาย โดยจะมีการประเมินจากดัชนีลูกน้ำยุงลายในพื้นที่ โดยหากเป็นพื้นที่ไม่พบผู้ป่วย จะต้องควบคุมดัชนีลูกน้ำยุงลายให้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นพื้นที่พบผู้ป่วยต้องเร่งลดดัชนีลูกน้ำยุงลายให้เป็นศูนย์ ภายใน 5 วัน อย่างไรก็ตาม การกำจัดลูกน้ำยุงลายที่สำคัญไม่ใช่แค่ซิกา แต่ยังรวมถึงไข้เลือดออก ซึ่งจริงๆแล้วตัวเลขผู้ป่วยมากกว่า โดยผู้ป่วยไข้เลือดออกในรอบสัปดาห์พบสูงถึง 2,000 คน ขณะที่ซิกาพบ 20 คน ดังนั้น ต้องคุมเข้มทั้งหมด ยิ่งช่วงนี้หน้าฝนปริมาณลูกน้ำยุงลายเพิ่มขึ้น

นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยเข้มงวดเรื่องการตรวจหาเชื้อซิกามากกว่าปีที่ผ่านมา 100 เท่า เนื่องจากมีรายงานข้อควรระวังเรื่องทารกแรกเกิดที่สมองเล็ก อาจสัมพันธ์กับไวรัสซิกา จึงต้องมีการตรวจสอบละเอียดมากขึ้น โดยจากการเฝ้าระวังพบว่าหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ที่พบโรคมีประมาณ 33 ราย คลอดแล้ว 8 ราย ซึ่งเด็กปลอดภัยดี ไม่มีภาวะสมองเล็ก แต่ต้องติดตามเฝ้าดูอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีก 25 รายก็ต้องติดตามต่อไปเช่นกัน
เมื่อถามว่าขณะนี้พื้นที่ต้องเฝ้าระวัง เพียง 3 จังหวัด คือ บึงกาฬ เพชรบูรณ์ และจันทบุรี นพ.ธนรักษ์ กล่าวว่า เชียงใหม่ก็ยังอยู่ในระยะเวลาติดตามโรคอยู่

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ สธ.มีความเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์โรคระบาดในแถบอาเซียน จึงได้เตรียมพร้อมในการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์รัฐมนตรีอาเซียน วาระพิเศษเรื่องไวรัสซิกา คาดว่าจะมีการประชุมภายในสัปดาห์หน้า เกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสซิกาในแต่ละประเทศอาเซียน
พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับข้อกังวลของหญิงตั้งครรภ์นั้น ต้องเฝ้าระวังช่วง 1-6 เดือนแรก เนื่องจากเป็นช่วงการสร้างอวัยวะของทารก และพัฒนาการต่างๆ ส่วนหลังจาก 6 เดือนเป็นต้นไปยังไม่มีข้อมูลวิชาการยืนยัน อย่างไรก็ตาม การป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนกรณีหญิงที่คลอดลูกแล้ว แต่ป่วยซิกา ในช่วงป่วยไม่ควรให้นมบุตร ซึ่งก็เหมือนการป่วยโดยทั่วไป ที่ต้องเว้นการให้นมลูกไปก่อน แต่เมื่อหายป่วยแล้วก็สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ

