ผบ.ตร.เซ็น จตช.ประธานสอบข้อเท็จจริง ‘พล.ต.อ.’ เอี่ยวคดี ‘บอส อยู่วิทยา’

19.07.21 | 18:30 น.

 


เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม มีรายงานว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 289/2564 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2564 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงประธานกรรมการใจความว่า ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 481/2563 ลงวันที่ 21 กันยายน 2563 แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 530/2563  ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563 และคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 666/2563 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2563 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 4 กองบังคับการอำนวยการ สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ กับพวกรวม 7 นาย กรณีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 385/2563 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2563 ตรวจพบข้อบกพร่องเพิ่มเติมของข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญานายวรยุทธ อยู่วิทยา อันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย นั้นเนื่องด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 225/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ซึ่งสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา เป็นการกล่าวหาว่า มีการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของเจ้าหนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไป ในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำเนินคดีจนถึงปัจจุบัน โดยอาศัยช่องโหว่ของกฎหมาย ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับ และการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งที่ 551/2563 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2563 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็น เพื่อดำเนินการตามรายงานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ

ปรากฏว่ามีข้าราชการตำรวจถูกระบุชื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา อีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากที่ถูกกล่าวหาไว้แล้ว จึงเป็นกรณีหน่วยงานอื่นแจ้งให้ทราบว่า มีข้าราชการตำรวจกระทำผิดวินัย หรือสงสัยว่ากระทำผิดวินัย เป็น พล.ต.อ. 1 ราย พล.ต.ท. 1 ราย และ พ.ต.อ. 2 ราย

 

Advertisement

กรณีถูกกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ร่วมกันจัดให้ รองศาสตราจารย์สายประสิทธิ์ เกิดนิยม พบกับ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่และสอบปากคำ พ.ต.อ.ธนสิทธิ โดยแก้ไขวันสอบปากคำให้เป็นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 และวันที่ 2  มีนาคม 2559 โดยการกดดันหรือใช้อิทธิพลบังคับให้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ เปลี่ยนความเห็นในเรื่องความเร็วรถยนต์ (รายละเอียดปรากฏตามบทสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 225/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563) และเนื่องจากการสืบสวนเพิ่มเติมดังกล่าว ประธานกรรมการต้องเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา จึงมีเหตุอันสมควรหรือจำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวนผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสืบสวนเพื่อทำหน้าที่ประธานกรรมการ อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 84 และมาตรา 94 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562  ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ข้อ 10  และข้อ 13 จึงแต่งตั้งให้

1.พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการแทน พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (สบ 8) (หัวหน้าจเรตำรวจ)

2.พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จเรตำรวจ (สบ 8) (หัวหน้าจเรตำรวจ) เป็นกรรมการ

โดยให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 481/2563 ลงวันที่ 21 กันยายน 2563  แก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 530/2563 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2563  คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 666/2563 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2563 และตามคำสั่งนี้ ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่ได้กล่าวหาไว้แล้วและข้อกล่าวหาเพิ่มเติมดังกล่าวข้างต้น

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงดำเนินการสืบสวนพิจารณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน กฏ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

อนึ่ง ถ้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่ง หรือกรณีที่การสืบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่นและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำในเรื่องที่สืบสวนนั้นอยู่ด้วย ให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว

ด้าน พล.ต.อ.วิสนุกล่าวว่า ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งให้ตนเป็นประธานกรรมการแทน พล.ต.ท.เชษฐา เนื่องจากต้องมีการสอบสวนนายตำรวจยศ พล.ต.อ. เพิ่มเติม ประธานกรรมการสอบจึงต้องเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรมีตำแหน่งและยศไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา หลังจากนี้ต้องตรวจสอบเอกสารต่างๆ ที่ได้รับมาเพื่อทำงานต่อ ตนไม่ทราบว่าผลสอบสวนจะเป็นอย่างไร ส่วนตัวไม่รู้สึกหนักใจ และปกติไม่เคยทำอะไรช้า ทั้งนี้จะนัดประชุมคณะทำงานเรื่องนี้ในวันที่ 21 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. หากมีความคืบหน้าจะเปิดเผยให้สื่อมวลชนทราบต่อไป