ร้องไห้หนักมาก’ธรณ์’อยากเลิกสอนจริยธรรมเด็ก อุทยานฯสอบ3หัวหน้า ชี้คนปราบทุจริตไม่ถูกปกป้อง

13.09.16 | 16:27 น.

กรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งกรรมการสอบหัวหน้าอุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อุทยานฯสิมิลัน และอุทยานฯอ่าวพังงา ข้อหาคอร์รัปชั่น ทั้งที่อุทยานฯทั้ง 3 แหล่งทำรายได้รวมกันมากกว่า 1 พันล้านบาทนั้น

เมื่อวันที่ 13 กันยายน นายณัฐพล รัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนกิจการทางทะเล สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า การตั้งคณะกรรมการสอบหัวหน้า 3 อุทยานฯดังกล่าวถือเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีผู้ร้องเรียน ซึ่งอาจจะเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว หรือเจ้าหน้าที่อุทยานฯด้วยกันเองเข้ามาก็ต้องสอบเพื่อให้เกิดความกระจ่างและโปร่งใส เรื่องร้องเรียนมีการร้องเข้ามาที่กรมอุทยานฯ ประเด็นร้องเรียน คือ การคอร์รัปชั่นเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บได้เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่มีการนำมาปรับปรุงสถานที่ให้ดีขึ้น เช่น ที่จอดเรือ ไม่เก็บขยะทำความสะอาด รวมไปถึงการนำเงินค่าเข้ากระเป๋าตัวเอง เป็นต้น กรรมการสอบก็ต้องทำความจริงให้สาธารณชนทราบ

ด้านนายพงษ์พยัคฆ์ ศรียา เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวน กล่าวว่า กำลังหารือกับผู้ใหญ่ในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) 5 (นครศรีธรรมราช) ถึงประเด็นการสอบสวน เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่มาก ที่สำคัญสวนกับความรู้สึกของประชาชนที่เห็นว่าอุทยานฯทั้ง 3 แห่งมีการจัดเก็บรายได้มาก แต่ทำไมต้องถูกสอบ ตนเป็นคนกลางก็ลำบากใจ เดิมตั้งใจว่าจะทำหนังสือขอลาออกจากประธานสอบสวน แต่ขอหารือกับผู้ใหญ่ใน สบอ.5 ก่อน

ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกทั้งงงและเศร้าในเวลาเดียวกัน เพราะในยุคที่มีการเรียกร้องให้ปราบคอร์รัปชั่นกัน มีคนกลุ่มหนึ่งออกมาปราบคอร์รัปชั่นสำเร็จ ทวงเงินของชาติที่เคยสูญเสียไปจำนวนมหาศาลได้คืนมา แต่ในที่สุดแล้วคนเหล่านั้นกลับไม่ได้รับการปกป้อง มิหนำซ้ำยังถูกตราหน้า ตั้งคำถามที่ชวนให้ท้อแท้ใจอีกด้วย เรื่องรายได้สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ของทั้ง 3 อุทยานฯ คือ อุทยานฯหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ทำเงินรายได้ถึง 502 ล้านบาท จากเดิมปี 2558 ได้แค่ 74 ล้านบาท ในขณะที่อุทยานฯอ่าวพังงาได้ 336 ล้านบาท ขณะที่ปี 2558 ได้แค่ 57 ล้านบาทเท่านั้น ไม่รวมการบริหารจัดการเรื่องอื่นๆ เช่น การดูแลปะการังฟอกขาว การจัดการขยะในพื้นที่ หากเปรียบเทียบทุกอย่างมันดูดีไปหมด เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ หากจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบพวกเขา ตนก็คิดไม่ออกว่าสอบเรื่องอะไร

“น้ำตาผมกำลังไหล เพราะคิดถึงเจ้าหน้าที่ระดับเล็กๆ เงินเดือน 7 พันกว่าบาท ที่ทำงานเก็บเงินเข้าหลวงวันละ 2 ล้านเศษ พวกเขาลอยคอเก็บขยะในน้ำ ที่ขับเรือยางฝ่าคลื่นไปพานักท่องเที่ยวที่ลอยไปกลับฝั่ง ที่คอยดูแลคนต่างชาติต่างภาษาวันละไม่รู้กี่พันต่อกี่พัน ตากแดดฝ่าลมไปห้ามคนให้อาหารลิง ไปห้ามคนให้อาหารปลา ไปจับปรับคนเก็บปะการังกลับบ้าน เริ่มงาน 6 โมงเช้า ไม่มีเวลาเลิกจนกว่านักท่องเที่ยวคนสุดท้ายจะไปจากเกาะ ไม่มีวันหยุด เจ้าหน้าที่แค่ไม่กี่สิบคน ต้องดูแลนักท่องเที่ยว 1,600,000 คนที่เกาะพีพี และ 1,300,000 คนที่อ่าวพังงา ที่นอนอยู่ในเต็นท์ 1 ปี เพราะไม่มีบ้านซุกหัวนอน ไม่มีแม้สัญญาณโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกับลูกเมียบนฝั่ง เจ้าหน้าที่เหล่านี้ร่ำไห้เมื่อท่านรัฐมนตรีถามว่าเป็นไงบ้าง น้ำตาคลอเบ้าเมื่อมีผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์ ผมอยากให้คิดถึงคนเหล่านั้นบ้าง กรุณาคิดบ้างว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร เมื่อหัวหน้าโดนสอบ เมื่องานที่เขาทุ่มเททำ มีเหตุอันควรที่ทำให้ถูกสงสัยว่าถูกต้องหรือไม่ อะไรคือสิ่งที่ได้รับ” ผศ.ธรณ์กล่าว

Advertisement

ผศ.ธรณ์กล่าวอีกว่า เจอกับกรณีแบบนี้ทำให้แทบจะอยากเลิกสอนจริยธรรมกับนักศึกษาไปเลย เพราะไม่รู้จะบอกต่อกับนักศึกษาอย่างไร ในเมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งทำดี ไม่โกง พยายามทำงานรักษาผลประโยชน์ให้ประเทศชาติ แต่ผลสรุปออกมาว่าคนเหล่านั้นไม่ถูกปกป้อง แต่กลับถูกทำร้ายด้วย ตนรู้สึกตอบคำถามนักศึกษาไม่ได้สำหรับประเด็นนี้จริงๆ