ก.คุ้มครองสิทธิฯโชว์ผลงานปี’59 ช่วยเหยื่อคดีอาญา-จำเลยกว่าหมื่นราย ยอดเฉียด 500 ล้าน

13.09.16 | 17:10 น.
นางนงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นางนงภรณ์ รุ่งเพ็ชรวงศ์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงผลการดำเนินงานและรับฟังความคิดเห็นผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประจำปีงบประมาณ 2559 ภายใต้การดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 และการดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ PMQA หมวด 3 ว่าด้วยการให้ความสำคัญกับผู้บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

นางนงภรณ์กล่าวว่า สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญประจำปี 2559 คือ 1.การสร้างการรับรู้ เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนรู้จักรักษาสิทธิของตัวเอง เคารพสิทธิผู้อื่น เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ โดยจัดทำเกมการ์ดเพื่อให้ความรู้ เรื่องหลักสิทธิมนุษยชนแก่กลุ่มนักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ 34 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วม 3,400 คน 2.การคุ้มครองผู้ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ จากสถิติ ณ วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1,822 ราย ให้คำปรึกษาแนะนำ และความช่วยเหลือทางกฎหมาย 26,621 ราย ผ่านสายด่วนคุ้มครองสิทธิฯ 19,043 ราย

นางนงภรณ์กล่าวต่อว่า การคุ้มครองในฐานะพยาน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ.2546 มีพยานเข้าสู่โปรแกรมแล้ว 286 ราย เป็นพยานคดีค้ามนุษย์ 157 ราย พยานทั้งหมดปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ มีการพัฒนาประสิทธิภาพการคุ้มครองพยานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการให้ความรู้และฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ประสานงานความร่วมมือด้านการคุ้มครองพยานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 31 ศูนย์ 3.คุ้มครองผู้ถูกละเมิดให้กับผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา โดยให้ความช่วยเหลือเยียวยาทางการเงิน ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 โดยในปีนี้เราได้รับจัดสรรงบประมาณ 300 ล้านบาท และขอรับงบกลางเพิ่มเติมอีก 295 ล้านบาท รวม 595 ล้านบาท เพื่อเบิกจ่ายให้กับผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา โดยระหว่างเดือนตุลาคม 2558-สิงหาคม 2559 มีการช่วยเหลือและจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 10,439 ราย ประกอบด้วย ผู้เสียหาย 10,364 ราย เป็นเงินกว่า 478 ล้านบาท และจำเลย 75 ราย เป็นเงินประมาณ 14 ล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 493 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการเบิกจ่ายทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในเดือน กันยายนนี้

นางนงภรณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เราได้ลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ระเบิดและเพลิงไหม้ในพื้นที่ 7 จังหวัดทางภาคใต้ เมื่อวันที่ 11-12 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 37 ราย ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยากว่า 2 ล้านบาท 4.การส่งเสริมการไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาท โดยในปีนี้มีการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายและอาสาสมัครคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพทั้งหมด 4 รุ่น 188 คน ใช้หลักสูตรไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทในชุมชนและยกระดับมาตรฐานศูนย์ไกล่เกลี่ยระงับข้อพิพาทชุมชน 355 แห่ง และสามารถจัดการความขัดแย้งได้สำเร็จ 31 เรื่อง

นางนงภรณ์กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ยังมีการบูรณาการระบบงานช่วยเหลือประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิครบวงจร ตามมาตรฐานสากล รวมทั้งบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจ โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ 35 ฉบับ และ 5.สร้างมาตรฐานหลักประกันสิทธิและเสรีภาพ โดยทุกปีเราจะพัฒนากฎหมายให้มีความทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อยกระดับให้ทัดเทียมกับหลักสิทธิมนุษยชน โดยในปีนี้ เราได้ดำเนินการ คือ 1.จัดทำแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ติดตามข้อมูลงานด้านบริการ 2.เสนอ พ.ร.บ.กองทุนยุติธรรม มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา 3.เสนอแก้กฎหมาย พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น

Advertisement

“4.ขยายช่องทางการยื่นเรื่องได้ที่สถานีตำรวจทั่วประเทศ 5.การประเมินสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน และจัดทำข้อเสนอทางนโยบายทุกสัปดาห์ 6.ส่งเสริมการจัดทำและเผยแพร่แผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในพื้นที่ 9 ภาค ครอบคลุม 76 จังหวัด และกรุงเทพฯ 7.ขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีการนำร่อง 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ 8.จัดประชุมว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการคุ้มครองพยานข้ามพรมแดนโดยมีผู้แทนสมาชิก จากประเทศอาเซียน 9 ประเทศเข้าร่วม” นางนงภรณ์กล่าว

รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ยังมีการเสนอและแก้ไขกฎหมายอื่นที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินงานอีกหลายฉบับ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทในชุมชน และร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา