ตร.บางเขน รวบ 4 คนร้าย ฝ่าเคอร์ฟิวตัดสายเคเบิล ตอม่อ 15 ย่านเกษตรนวมินทร์

27.07.21 | 19:49 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.สุนทร ไชยรักษา รอง ผกก.สส.สน.บางเขน พ.ต.ต.พรชัย ว่องประเสริฐการ สว.สส.สน.บางเขน ร.ต.อ.จตุรพิญช มณีนิล ร.ต.อ.ธีระ หล้านามวงษ์ ร.ต.ต.มงคล ดวงเพชรแสง รอง สว.สส.สน.บางเขน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนร่วมกันจับกุมตัวนายพูลสวัสดิ หรือเปา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี, น.ส.วิภา หรือทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี, นายสุนา หรือหยอง (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี และนายอนันตชัย หรือนัน (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี พร้อมของกลาง สายเคเบิลโทรศัพท์ 4 เส้น มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ความจุ 600 คู่สาย 1,200 เส้น รวมถึงสายเคเบิลที่ปอกฉนวนหุ้มออกแล้วน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม, รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟิน สีแดง หมายเลขทะเบียน 3 ขพ 2409 กรุงเทพมหานคร, รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟิน สีแดง ไม่ติดแผ่นป้าย 1 คัน คีมตัดท่อน้ำประปา 2 อัน, ยาบ้า 120 เม็ด, อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก โดยจับกุมได้ที่ บริเวณริม ถ.ประเสริฐมนูกิจ ช่วงตอม่อที่ 15 ต่อเนื่องพิชาแมนชั่น ซ.รามอินทรา 115 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา


การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวแทนบริษัท ทีโอที จำกัด ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน ว่าได้รับแจ้งจากประชาชนในช่วงเวลา 21.00 น.เป็นต้นไป ในพื้นที่ย่านเกษตรนวมินทร์ ระหว่างตอม่อที่ 11-15 มักจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบมีสายเคเบิลโทรศัพท์ถูกคนร้ายตัดไป จึงเดินทางเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายและหญิงตระเวนใช้รถ จยย.ก่อเหตุ และนำไปขายที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง จากนั้นตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายจำนวน 3 คน กำลังตัดสายไฟที่ตอม่อ 15 ย่านเกษตรนวมินทร์ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบ น.ส.วิภา, นายพูลสวัสดิ และนายสุนา กำลังก่อเหตุจึงเข้าจับกุม และตรวจยึดของกลางทั้งหมด รวมถึงยาบ้าที่ซุกซ่อนใต้เบาะรถ จยย.อีกด้วย และจากการขยายผลพบว่ามีนายอนันตชัย ซึ่งเป็นสามีเก่าร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ และถูกตำรวจจับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านรามอินทรา พร้อมอาวุธปืน จึงคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สน.บางเขน

พฤติการณ์คนร้ายจะตระเวนลักตัดสายเคเบิล โดยใช้วิธีขี่รถ จยย.ไปในพื้นที่เปลี่ยว ไม่มีผู้คน และเป็นช่วงเวลาเคอร์ฟิว โดยจะเลือกเสาไฟที่มีต้นไม้บังเพื่อให้ง่ายต่อการก่อเหตุ จากนั้นจะปีนต้นไม้และใช้คีมตัดท่อประปา ตัดสายเคเบิลลงมา และตัดอีกครั้งให้สั้นลงเพื่อให้สะดวกต่อการขนย้าย จากนั้นขี่รถ จยย.ไปในจุดที่ลับตาคนเพื่อนำสายเคเบิลไปเผาพลาสติกออกเพื่อเอาแต่เส้นทองแดงภายใน และนำใส่กระสอบไปขายที่ร้านขายของเก่าย่านประเสริฐมนูกิจ ได้ราคากิโลกรัมละ 240 บาท ตั้งแต่ก่อเหตุได้เงินมาแล้ว 12,000 บาท

Advertisement

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าก่อเหตุเป็นครั้งแรก โดยนายพูลสวัสดิซึ่งเป็นแฟนของ น.ส.วิภา จะร่วมกันตระเวนลักตัดสายเคเบิล เพื่อนำไปขายร้านขายของเก่า และ น.ส.วิภาก็จะไปร่วมมือกับ นายอนันตชัยซึ่งเป็นอดีตสามี ตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยทั้งแฟนเก่าและอดีตสามีจะใช้รถ จยย.ยี่ห้อ สี รุ่นเดียวกันในการก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าทั้งสองคนจะไม่รู้จักกัน ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัว

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากมีการรับแจ้งว่ามีการตัดสายไฟในหลายพื้นที่ ประกอบด้วยพื้นที่ สน.โคกคราม, สน.ลาดพร้าว และ สน.บึงกุ่ม ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล หลังจากนี้ตำรวจจะแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และเพิ่มข้อหา มียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กับนายพูลสวัสดิ กับ น.ส.วิภา ส่วนนายอนันตชัย ตำรวจจะแจ้งข้อเพิ่มเติมคือ มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป