เขาใหญ่ ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ จับผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้กฤษณาพร้อมของกลาง

27.07.21 | 21:27 น.

เขาใหญ่ ลาดตระเวนเชิงคุณภาพ จับผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้กฤษณาพร้อมของกลาง

วันที่ 27 กรกฎาคม  นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งลักลอบเข้ามาหาไม้กฤษณา หรือไม้หอม ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จำนวน 2 คดี ผู้ต้องหา 4 ราย ซึ่งเป็นไปตามมาตรการปรับแผนการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ หรือ SMART Patrol system ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้สั่งการในที่ประชุมให้ทุกชุดปฏิบัติการฯ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการลาดตระเวน จนกระทั่งสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ในครั้งนี้


นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับคดีแรก เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 15.00 น. นำโดยนายวิโรจน์ สดกลาง หัวหน้าสายตรวจส่วนกลางชุดที่ 2 ได้จับกุมผู้ต้องหาชาวไทย บริเวณป่าห้วยกะลา ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนาย โดยได้แกะรอยผู้ต้องหาจนถึงที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงคนกำลังใช้ขวานสับต้นไม้กฤษณา จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม สอบถามผู้ต้องหาทราบว่า มีภูมิลำเนาอยู่บ้านหนองหมากฝ้าย ตำบลหนองหมากฝ้าย อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ได้ร่วมกับพวกอีก 1 คน ซึ่งหลบหนีไปได้ เข้ามาลักลอบหาไม้กฤษณา ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 จนกระทั่งถูกจับในครั้งนี้ ของกลางเป็นชิ้นไม้กฤษณา น้ำหนักประมาณ 12 กก. ขวาน และเลื่อยคันธนู เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครนายก

สำหรับคดีที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 เวลาประมาณ 09.00 น. นำโดยนายวรวุฒิ กันประชุม หัวหน้าสายตรวจส่วนกลางชุดที่ 1 ได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวกัมพูชา จำนวน 2 ราย ได้ที่บริเวณป่าเขาแหลม หลังจากนั้นจึงวางแผนขยายผล จนสามารถแกะรอยตามจับผู้ต้องหาชาวกัมพูชาได้อีก 1 ราย บริเวณป่าหลังวัดโต่งโต้น ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ที่เข้ามาลักลอบหาไม้กฤษณาในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ของกลางประกอบด้วย ไม้กฤษณา น้ำหนักประมาณ 30 กก. เลื่อย ขวาน มีดพร้า อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนสภ.หมูสี

นายอดิศักดิ์  กล่าวว่า “ทุกวันที่ 5 ของเดือน จะมีการจัดประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ซึ่งตนได้สั่งการในที่ประชุมเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ให้หน่วยพิทักษ์ฯทุกหน่วย ชุดสายตรวจส่วนกลางทุกชุด ปรับแผนการออกตรวจลาดตระเวน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากขึ้น ให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการเข้า-ออก ปรับเปลี่ยนช่วงเวลาในการออกตรวจ ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ถึง 2 คดี ผู้ต้องหา 4 ราย ในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยก่อนหน้าที่จะมีการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ ตนได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ จำนวน 9 นาย ออกตรวจลาดตระเวน และสามารถแกะรอยผู้ต้องหา ซึ่งลักลอบเข้ามาหาไม้กฤษณาได้แล้วบางส่วน จึงได้ส่งต่อข้อมูลพร้อมหลักฐาน ให้กับชุดสายตรวจส่วนกลางชุดที่ 2 จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้”

Advertisement

นายอดิศักดิ์  ยังกล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังผู้ที่คิดจะเข้ามากระทำผิดในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทุกราย ว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันลาดตระเวนในพื้นที่ป่า ตลอด 365 วัน หากพบการกระทำผิด จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดทุกราย ซึ่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 หากมีการกระทำผิดจะมีอัตราโทษที่สูง คือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ มาตรการลาดตระเวนอย่างเข้มข้น เป็นไปตามข้อสั่งการของนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งได้มอบหมายนโยบายให้หน่วยงานภาคสนามทุกแห่ง ให้ถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญ ในการปฏิบัติงานคุ้มครองดูแลรักษาพื้นที่ป่าอนุรักษ์

สำหรับไม้กฤษณา หรือไม้หอม เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ มีความสูงประมาณ 18 – 30 ม. ลำต้นตรง เปลือกเรียบ มีสีเทาอมขาว เปลือกมีความหนาประมาณ 5-10 มม. เมื่อไม้กฤษณาเกิดโรคหรือมีแมลงมารบกวน จะสร้างสารที่ก่อให้เกิดกลิ่นหอมที่เรียกว่าน้ำมันกฤษณา สารที่ทำให้เกิดกลิ่นหอมคือ Sesquiterpene ซึ่งไม้กฤษณา เกรด 1 มีน้ำมันสะสมอยู่มากทำให้มีสีดำ มีราคาแพงประมาณ 15,000 – 20,000 บาท/กก. จึงเป็นที่ต้องการของผู้ลักลอบหาไม้กฤษณา