เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.ณรงค์ชัย เอกฉันท์ รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.ธนวรรธน์ จันทร์ตา และ พ.ต.ท.กรณรงค์ ศุภนันทนานนท์ สว.สส. สน.สุทธิสาร ร่วมกันจับกุม นายพงศ์พัลลภ สนศักดิ์ อายุ 29 ปี นายวิชาญ สารีวัน อายุ 34 ปี พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 80 รยท กทม. ชุดไทย นางกวัก เครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนหนึ่งและอื่นๆที่ตรวจยึดมาอีก จำนวน 40 รายการ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1(ยาไอซ์) โดยผิดกฎหมาย
พ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จเรตำรวจ ปฎิบัติราชการ บช.น. สั่งให้เร่งรัดดำเนินการติดตามจับกุมคนร้าย หลังจากเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมาผู้เสียหายเจ้าของร้านให้เช่าชุดไทยพบว่าร้านโซ่กุญแจที่ล็อคร้านหายไปและด้านหน้าร้านกระจกถูกทุบแตก เมื่อตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินหายไปประมาณ 27 รายการ มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 89,000 บาท โดยกล้องวงจรปิดของร้านถูกคนร้ายขโมยไปด้วย ทำให้ไม่สามารถทราบตัวคนร้ายและวันเวลาที่เกิดเหตุได้ ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ตรวจสอบพบว่าจุดดังกล่าวบริเวณทางเข้าร้านที่เกิดเหตุ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ตามโครงการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงทราบตำหนิรูปพรรณและยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุมี 2 คน ขับขี่รถจยย.ของกลางเข้ามาที่ร้านผู้เสียหายโดยก่อเหตุวันที่ 22 ก.ค. มีการขับเข้าออกร้านและขโมยทรัพย์สินในร้าน 4 รอบ และรอบที่5 คนร้ายทั้งสองว่าจ้างรถสามล้อมาร้านที่เกิดเหตุ โดยมีตู้เย็นบรรทุกออกไป จากข้อมูลคนขับสามล้อและกล้องวงจรปิด ทราบว่าคนร้ายหลบหนีไป ซ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ1 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังตรวจสอบพบนายพงศ์ และนายวิชาญ สารีวัน ยืนอยู่หน้าอพารท์เมนต์ ตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสอง รับว่าร่วมกันก่อเหตุลักทรัพย์ร้านดังกล่าวจริง
พ.ต.อ.ภูริส กล่าววอีกว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพเพิ่มเติมว่าก่อนที่จะมาพบตำรวจเพิ่งก่อเหตุลักทรัพย์ บริษัทแห่หงหนึ่ง แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ และบริเวณใกล้เคียง โดยแบ่งของใส่รถเข็นแล้วไว้บนเบาะหลังรถจักรยานยนต์นายพงศ์พัลลภและใส่เบาะหลังรถจักรยานยนต์นายวิชาญ จึงตรวจยึดทรัพย์สินดังกล่าวอีก 19 รายการ จากการสอบถามทั้งสองรับว่าที่ก่อเหตุต้องการเอาเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และเสพยาไอซ์มาก่อนหน้านี้ จึงจับกุมทั้งสอง พร้อมของกลางที่ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฏหมายและส่งทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป ส่วนทรัพย์สินที่ตรวจยึดจำนวน 19 รายการ ประสาน สน.ประชาชื่น พบว่าเป็นทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาทั้งสองก่อเหตุที่ เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ข้อหา “ลักทรัพย์” ของ สน.ประชาชื่น จึงส่งมอบทรัพย์สินที่ตรวจยึดและข้อมูลต่างๆให้ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่นดำเนินการอายัดตัวต่อไป

