พม.กับภารกิจ สกัดโควิดคุกคาม ไร้บ้าน-สูงวัย-ทุพพลภาพ
สัปดาห์ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์คนไร้บ้านล้มตายริมถนนจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มจากถนนราชดำเนิน ไปสู่ถนนอื่นๆ ในหลายพื้นที่ เป็นภาพเศร้าสลดหดหู่ใจแก่ผู้พบเห็นอย่างยิ่ง!?
เข้าสัปดาห์นี้มีเหตุการณ์เศร้าสะเทือนใจอีกครั้ง กรณีแม่ติดโควิด-19 สั่งเสียลูกสาว 2 คนวัย 10 และ 11 ขวบ หากเสียชีวิตให้ไปอยู่บ้านเด็กกำพร้า เกิดขึ้นที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างว่าภาครัฐอาจยังไม่มีมาตรการดูแลที่ทั่วถึงและเพียงพอ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐเจ้าภาพด้านสังคมคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ในประเด็นคนไร้บ้าน ยืนยันว่า พม.ไม่นิ่งดูดายปัญหาดังกล่าว เราดูแลเรื่องนี้มายาวนาน อย่างช่วงนี้ลงพื้นที่
เกือบทุกวันในจุดที่มีคนไร้บ้านมาก ได้แก่ สถานีรถไฟหัวลำโพง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนราชดำเนิน เพื่อเชิญชวนให้คนไร้บ้านมาอยู่ในการคุ้มครองดูแลของเรา ซึ่งมีทั้งอยู่ประจำในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง และอยู่ชั่วคราวในบ้านปันสุข คนไร้บ้านสามารถเข้ามาอาบน้ำ กินข้าวได้ฟรี
แต่ปรากฏว่า ชวนแล้วพวกเขาไม่มา บางคนที่ชวนมาได้แล้ว อยู่ได้ 1 คืนวันรุ่งขึ้นก็ขอออกแล้ว เราจะไปบังคับก็ไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2557 ให้อำนาจเพียงคุ้มครอง
เช่นเดียวกับการจัดตรวจคัดกรองโรค และวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ พม.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยได้แล้ว ก็มีคนไร้บ้านสมัครใจมาตรวจและฉีดส่วนหนึ่ง อีกทั้งยังพบปัญหาตามมาอีกว่า เมื่อทราบผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 แล้ว ไม่สามารถติดตามตัวคนไร้บ้านคนนั้นมารักษาได้ เพราะอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ซึ่งที่ผ่านมาพบถึง 4 ราย
ปลัด พม.กล่าวอีกว่า ล่าสุด พม.ได้ทดลองว่า หากจัดที่พักฟรีให้คนไร้บ้านจริงๆ ที่ไม่ใช่ไร้บ้านเพราะถูกเลิกจ้าง ได้อยู่ใกล้ที่เดิมมากที่สุด เขาจะมาอยู่กับ พม.หรือไม่ จึงได้ประสานโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนราชดำเนิน ให้คนไร้บ้านเข้าไปอยู่ฟรี มีอาหารบริการ 3 มื้อ ซึ่งมีรองรับ 57 ห้อง
จากช่องโหว่ที่ พม.ไม่สามารถบังคับคนไร้บ้านอยู่เป็นที่เป็นทางและติดตามได้ เบื้องต้นได้ให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) 4,000 กว่าคนในพื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ช่วยชี้เป้าเฝ้าระวังคนไร้บ้านป่วยโควิด-19 ทำการตลอดทั้ง 7 วัน
นอกจากนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม.มีความคิดที่จะผลักดันการแก้ไข พ.ร.บ.การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งฯ เพิ่มอำนาจ พม.ให้สามารถควบคุมคนไร้บ้านได้ในสถานการณ์โรคระบาด รวมถึงแก้ไขปรากฏการณ์ “คนไร้บ้านไม่ง้อรัฐ” ด้วยการขอความร่วมมือจากภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ลดการตั้งจุดแจกอาหารและสิ่งของให้คนไร้บ้าน เพราะได้ทำให้คนไร้บ้านมีความคิดว่าอยู่ข้างนอกได้ทั้งของและเงิน
ถัดมาที่เกิดเหตุการณ์ 2 เด็กหญิงที่แม่เสียชีวิตกะทันหันจากโควิด-19 ซึ่ง พม.จะเป็นเจ้าภาพหลักคุ้มครองและดูแลจากนี้ ล่าสุดได้เข้ารักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลบางพลีแล้วนั้น
นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวง พม.กล่าวว่า ระหว่างนี้เด็กๆ จะได้รับการดูแลจาก
นักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา ทั้งอาการทางร่างกายและจิตใจ เมื่อหายแล้วจะเข้าสู่กระบวนการทางสังคมสงเคราะห์
ตั้งแต่การประสานติดต่อครอบครัวเครือญาติว่าจะรับไปอุปการะหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นได้สอบถามยายและน้าตอบว่าไม่พร้อมรับไปอุปการะ เนื่องจากไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย
แต่ก็จะสอบถามอีกครั้ง หากยังไม่พร้อมจะเข้าสู่กระบวนการถัดไปคือ การหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือครอบครัวอุปการะ ส่วนการจะให้เด็กอยู่ในการดูแลของบ้านพักเด็กฯ จะเป็นแนวทางสุดท้าย เพราะเราอยากให้เด็กได้รับการดูแลจากครอบครัว ซึ่งเป็นทางที่ดีที่สุด
สำหรับครอบครัวอุปถัมภ์เป็นการรับอุปการะชั่วคราว ซึ่งจะรับอุปการะนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความพร้อมพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง แต่หากไม่พร้อมและมีการยกอำนาจการดูแลบุตรให้รัฐ เด็กก็จะเข้าสู่กระบวนการรับบุตรบุญธรรม ซึ่งเป็นการรับอุปการะถาวรต่อไป
อธิบดี ดย.กล่าวอีกว่า จริงๆ ยังมีเด็กอีกมากมายที่เผชิญปัญหาเพราะโควิด-19 ซึ่งจากข้อมูลภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุข ที่พบเด็กติดโควิดเป็นหลักหมื่นคน มีปัญหาว่าเด็กหลายคนที่พ่อแม่และบุคคลในครอบครัวติดโควิด และถูกนำส่งตัวไปรักษาตามระบบสาธารณสุข เด็กเหล่านี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง บางคนมีการตรวจเชื้อครั้งแรกแต่ยังไม่พบเชื้อ ทำให้เด็กต้องถูกกักตัวขณะที่ไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล กรณีเป็นเด็กโตก็สามารถดูแลตนเองได้ แต่หากเป็นเด็กเล็ก ถ้ามีพี่ก็ยังให้พี่ช่วยดูแลน้อง แต่หากไม่มีเลย เราก็จะประสานให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือเอ็นจีโอเครือข่ายภาคประชาสังคมช่วยดูแล
อย่างไรก็ตาม พม.จะมีมาตรการดูแลกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ได้แก่ กลุ่มคนพิการ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดตั้งโรงพยาบาลสนามที่รองรับคนพิการ หรือผู้ดูแลคนพิการติดเชื้อโควิด-19 กลุ่ม
สีเขียว หรือมีอาการน้อย ในชื่อโรงพยาบาลสนามบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธรคนพิการ ตั้งอยู่บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร ในบริเวณอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ทั้งนี้ สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ที่ด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร 1300 และสายด่วนคนพิการ 1479
ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุ มีบริการ “โทรหา เพราะห่วงใย คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) จะโทรสอบถามและติดตามผู้สูงอายุเปราะบางที่เคยมาใช้บริการ ว่าเป็นอย่างไร ต้องการอะไร
พร้อมช่วยติดตามลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ส่วนกลุ่มคนยากจนและด้อยโอกาส กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) มีบริการ “เยี่ยมยามถามไถ่ใส่ใจดูแล” ด้วยการส่ง อพม.ลงเคาะประตูบ้านครัวเรือนเป้าหมาย เพื่อให้กำลังใจ ให้การช่วยเหลือ และพาเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่างๆ
ถนนความช่วยเหลือทุกสายของกระทรวง พม.ขมวดไว้ที่เบอร์เดียว คือ สายด่วน 1300 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

