เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผู้บังคับการตำรวจรถไฟ (ผบก.รฟ.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนหาผู้กระทำความผิดในการแฮกข้อมูลผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เข้ามาฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ หลังจาก พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ทราบเรื่องว่าไม่ได้มีการนัดหมายจึงประสานทางเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้เข้าตรวจสอบ ต่อมา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม สั่งเร่งรัดให้ดำเนินการจึงนำพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจรถไฟ (บก.รฟ.) ว่าพนักงานสอบสวนเข้าสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว 7 ปาก ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์ พนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ โดยจะเข้าสอบสวนปากคำผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกเพิ่มเติม
พล.ต.ต.อำนาจกล่าวอีกว่า การสืบสวนสอบสวนมีความซับซ้อนจึงเตรียมตั้งคณะพนักงานสอบสวนโดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ ขนาดนิด รอง ผบก.รฟ.ประสานการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อหาแนวทางการสืบสวนและต้องตรวจข้อมูลความผิดปกติในยูสเซอร์ รวมทั้งติดตามหาผู้กระทำความผิด โดยเบื้องต้นหากพิสูจน์หาต้นตอผู้กระทำความผิดได้ก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ก่อน
พล.ต.ต.อำนาจกล่าวอีกว่า ก่อนหน้าจะรับทราบข้อมูลจากการสังเกตพบว่าบริเวณประตู 4 ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อมีผู้นัดหมายผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ดังกล่าวมายืนรอแน่นบริเวณประตู แต่เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปทำให้ผู้ที่จองผ่านเครือข่ายต่างแยกย้ายหลบหนีไป ส่วนใหญ่พบว่าเป็นพนักงานบริษัท และพนักงานโรงงาน ซึ่งสันนิษฐานว่ามีหลายกลุ่มที่ร่วมกระทำความผิด ทั้งนี้ผู้ที่ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน หรือศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ จะกันไว้เป็นพยาน

