แพทย์เวรมงกุฎวัฒนะชี้”ธวัชชัย”ถึงรพ.ชีพจรหยุดเต้นแล้ว ให้การขั้นตอนช่วยชีวิต

14.09.16 | 21:12 น.

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 14 กันยายน ที่สน.ทุ่งสองห้อง พญ.ฐิตชา นิลโสภา แพทย์ที่เข้าเวรในวันเกิดเหตุ ประจำห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เป็นชุดที่รับตัวนายธวัชชัย อนุกูล อดีตที่ดินจังหวัดพังงา ผู้ต้องหาผูกคอเสียชีวิตในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จากดีเอสไอ มาทำการกู้ชีพต่อที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมด้วยที่ปรึกษาทางกฎหมายโรงพยาบาลมงกุฎแจ้งวัฒนะ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับพ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.วินิจ ศรีสูงเนิน รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.สุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.นพดล ดรศรีจันทร์ สว. (สอบสวน) และร.ต.ท.กฤติเดช ชอบค้าขาย รอง สว.(สอบสวน) โดยมีอัยการร่วมสอบด้วย

พ.ต.อ.มานะ เปิดเผยว่า วันนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ ของรพ.มงกุฎวัฒนะ มาให้ปากคำ ในประเด็นเมื่อรับตัวนายธวัชชัยจากห้องควบคุมดีเอสไอแล้ว เข้ามาที่รพ. ที่ห้องฉุกเฉิน ในห้องนั้นได้มีกระบวนการปฏิบัติการกู้ชีพ ช่วยชีวิต ปฐมพยาบาล ก่อนที่นายธวัชชัยจะเสียชีวิต แพทย์ที่สอบสวนเป็นแพทย์เวรในวันเวลาที่เกิดเหตุ ประจำห้องฉุกเฉิน ส่วนรายละเอียดในการให้ปากคำนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่พนักงานสอบสวนมีประเด็นที่จะถามเรื่องกระบวนการในการกู้ชีพในห้องฉุกเฉิน ก่อนจะนำตัวนายธวัชชัยไปยังห้องซีซียู ชั้น 14 เป็นประเด็นที่สอบสวนเพื่อให้สิ้นสงสัยในกระบวนการกู้ชีพ ว่าดำเนินการอย่างไร ไปกระทบต่อนายธวัชชัยอย่างไร ใช้เครื่องไม่เครื่องมืออะไร ยังไง

พ.ต.อ.มานะ กล่าวต่อว่า แพทย์และพยาบาลระบุว่า เมื่อมาถึงโรงพยาบาลนายธวัชชัย ไม่มีชีพจร เหมือนหมดสติ ส่วนเรื่องผลรายงานการตรวจศพจากทางนิติเวชนั้น ได้ทำหนังสือขอรับรายงานการตรวจ เมื่อวันที่12กันยายนที่ผ่านมา ได้รับการประสานกลับมาในวันนี้ว่าให้ไปรับได้ ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลการตรวจ ถ้าได้มาจะเอามาดูในรายละเอียดและตั้งประเด็นสอบแพทย์ต่อไป ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการตายได้ ส่วนจะสอบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการพลิกศพหรือไม่นั้นต้องดูอีกที

พ.ต.อ.มานะ กล่าวต่อว่า กรณีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แจ้งว่านายธวัชชัยเป็นลมนั้น ต้องมาดูว่าแจ้งกับทางโรงพยาบาลหรือเจ้าพนักงาน และทำไมถึงแจ้งว่าเป็นลม และใครเป็นผู้แจ้ง อยู่ในประเด็นสอบสวนทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่พบดีเอ็นเอของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในถุงเท้านั้น ต้องรอรายงานการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ถ้าระบุว่ามีดีเอ็นเอของผู้อื่นอยู่ด้วย ต้องสอบสวนแน่นอน สอบให้สิ้นสงสัยว่าคือใคร แต่จากคำให้การของผู้คุม ให้การว่าเข้าไปจับต้องถุงเท้า ส่วนฮาร์ดดิสที่ส่งไปยังกองพิสูจน์หลักฐานนั้น ผลตรวจคาดว่าจะออก ประมาน 2 สัปดาห์ และเราได้ทำหนังสือไปยังดีเอสไอ เพื่อขอพิมพ์เขียวในการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ตอนนี้ถือว่าไปอย่างเข้มข้นในทุกเรื่อง ยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ต้องสอบสวนให้สิ้นสงสัย ยังคงต้องสอบสวนผู้ใกล้ชิดเหตุการณ์เพิ่มเติม บางทีให้การในเหตุการณ์เดียวกันแต่ไม่ตรงกัน ยังไม่สิ้นสงสัย ส่วนวันที่ 15 กันยายน นัดหมายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ปรากฏว่าไปที่โรงพยาบาล เพื่ออำนวยการ เราต้องสอบประเด็นว่าได้รับแจ้งเหตุเมื่อใด และไปดำเนินการอะไร อย่างไรบ้าง