อนุทิน จ่อมอบขวัญกำลังใจบุคลากรด่านหน้าทุกระดับ ตั้งแต่ อสม.-พยาบาล ยันแพทย์
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ศูนย์พักคอยเบญจพลฯ จ.สมุทรสาคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยระหว่างติดตามงานที่ศูนย์พักคอยเบญจพลฯ จ.สมุทรสาคร ว่า ขณะนี้ได้ปรับหลักเกณฑ์การให้ยาฟาวิพิราเวียร์ สำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่แยกกักที่บ้าน (Home isolation) ศูนย์พักคอยในชุมชน (Community isolation) รพ.สนาม และ รพ.ทั่วไป โดยจะพยายามจ่ายยาให้เร็วที่สุด เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของอาการ ยืนยันว่า มีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน เพราะให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) นำเข้าเดือนละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านเม็ด นอกจากนี้ อภ. ก็สามารถผลิตได้เอง คาดว่าจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้ กำลังการผลิต 20 ล้านเม็ดต่อเดือน และ สธ.ยังรับงบประมาณจัดหายาอีก 2-3 ชนิด เพื่อใช้ในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถรักษาด้วยฟาวิพิราเวียร์ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงขวัญกำลังใจบุคลากรสาธารณสุข นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ ที่ประชุมผู้บริหาร สธ.ได้หารือเรื่องดังกล่าว และเห็นใจความเหน็ดเหนื่อยของบุคลากรทุกระดับ ตั้งแต่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไปจนถึงแพทย์ จึงมีมติที่ประชุมให้สำนักงานปลัด สธ. โดย ปลัด สธ. พิจารณาหาวิธีตอบแทน เช่น เพิ่มจำนวนวันทวีคูณ การพิจารณาบรรจุพนักงานราชการ เป็นข้าราชการในรอบต่อไป เพราะทำงานหนักมาก เป็นการบำรุงขวัญกำลังใจ

เมื่อถามถึงแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นไปตามแผนการฉีดของกรมควบคุมโรค ส่วนการฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 จะเริ่มเมื่อไร ฉีดชนิดไหน อย่างไร ให้รอข้อมูลทางวิชาการโดยกรมควบคุมโรค แต่บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นมาก ต้องรับบูสเตอร์ โดสทันที ซึ่งเป็นไปตามแผน บุคลากรส่วนใหญ่พอใจฉีดเข็ม 3 ชนิด mRNA ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคให้ไทย ก็จะนำไปให้บุคลากรทางการแพทย์ฉีดเป็นเข็มที่ 3 ตามความสมัครใจ อย่างไรก็ตาม บุคลากรฯ หลายคนเลือกฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และผลการตอบสนองก็น่าพอใจ ภูมิดี ขึ้นสูง และปลอดภัยในการปฏิบัติงาน


