กรมชลประทานเดินหน้าลบสมญานามอีสานเมืองกาญจน์ สร้างอาคารทดน้ำในลำห้วยลำตะเพิน ส่งน้ำไปช่วยพื้นที่การเกษตร อ.บ่อพลอย 2,000 ไร่ เผยที่เป็นอยู่ต้องขุดบ่อในลำห้วยสูบน้ำขึ้นใช้ในฤดูแล้ง ในขณะ อ.ห้วยกระเจา เข้าสู่สภาพน้ำสมบูรณ์จากโครงการสถานีสูบน้ำท่าล้อ-อู่ทอง ส่งน้ำไปเติมอ่างเก็บน้ำ-สระน้ำลดปัญหาแห้งแล้ง
นายประพิศ จันทร์มา ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงในพื้นที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ด้วยการก่อสร้างอาคารทดน้ำบ้านช่องด่าน พร้อมระบบส่งน้ำ บริเวณ ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย โดยเริ่มก่อสร้างปี 2559 แล้วเสร็จปี 2561
อาคารดังกล่าวจะกักเก็บน้ำไว้ในลำน้ำเหนืออาคารทดน้ำขึ้นไปราว 2 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำ 50,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะติดตั้งสถานีสูบน้ำและส่งน้ำทางท่อไปยังพื้นที่เกษตรกร ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 2,000 ไร่
“เกษตรกรลำบากเรื่องน้ำมาก โดยเฉพาะฤดูแล้งที่อาศัยน้ำในลำห้วยตะเพิน ซึ่งไม่ค่อยมีน้ำ ต้องลงทุนเจาะบ่อในลำห้วยแล้วสูบขึ้นมาใช้ คนที่อยู่ห่างลำห้วยก็ส่งไปไม่ถึง การมีอาคารทดน้ำพร้อมระบบจึงมีแหล่งน้ำต้นทุนและมีระบบส่งน้ำ ลดความเดือดร้อนเรื่องน้ำทำกินมากเลย”
อ.บ่อพลอย เป็น 1 ใน 4 อำเภอ ของ จ.กาญจนบุรี ที่ได้ชื่อเป็นอีสานเมืองกาญจน์ เนื่องจากความแห้งแล้งถึงขั้นขาดแคลนน้ำรุนแรง

นายประพิศกล่าวว่า ในขณะที่ อ.ห้วยกระเจา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของพื้นที่อีสานเมืองกาญจน์เช่นกัน กรมชลประทานได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำ โดยลงทุนพัฒนาโครงการสถานีสูบน้ำท่าล้อ-อู่ทอง สูบน้ำจากเขื่อนแม่กลองแล้วส่งทางท่อขนาดใหญ่ ซึ่งจะแยกกระจายไปตามจุดต่างๆ เพื่อเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำและสระน้ำที่มีอยู่ เช่น อ่างเก็บน้ำหนองนาทะเล ความจุ 2.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สระน้ำวัดทิพย์สุคนธาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร อ่างเก็บน้ำหนองมะสังข์ 400,000 ลูกบาศก์เมตร เป็นต้น ทำให้ทั้ง 4 ตำบล ที่มีอยู่ของ อ.ห้วยกระเจา มีปริมาณน้ำตอบสนองทั้งการอุปโภคบริโภค และการเกษตรอย่างเพียงพอ

