งานเข้า ‘อัจฉริยะ’ ร้อง บช.ไซเบอร์เอาผิด ‘หมอบุญ’ ฐานปล่อยเฟคนิวส์วัคซีน

5.08.21 | 13:45 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.รชตโชค ลีวนิชคุณ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.1 รับเรื่องจากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม หลังร้องให้ดำเนินคดีอาญานายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บมจ. ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


 

นายอัจฉริยะกล่าวว่า วันนี้มาร้องให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์บุญ ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือเฟคนิวส์ โดยใช้ข้อความอันเป็นเท็จ พร้อมทั้งนำหลักฐานเป็นไฟล์คลิปเสียงยูทูปสื่อออนไลน์ชื่อดัง เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 64 ที่ผ่านมา, เอกสารประกอบคำให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน, เอกสารเปรียบเทียบหน่วยงานของรัฐกับนายแพทย์บุญ และเอกสารหุ้นของ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ช่วงที่ราคาหุ้นขึ้นและตก แล้วยังพบว่าการแถลงข่าวของหมอบุญกับวัคซีน “ไฟเซอร์” ในหลายครั้งที่ผ่านมาเข้าข่ายลักษณะของการปล่อยข่าวปลอม หรือเฟคนิวส์ เนื่องจากหมอบุญอ้างว่าสามารถเจรจาติดต่อขอซื้อวัคซีนไฟเซอร์จากบริษัทผู้ผลิตโดยตรงในต่างประเทศ เพื่อขอซื้อวัคซีนจำนวนหลายล้านโดสเข้ามาให้บริการแก่ลูกค้าของโรงพยาบาลในเครือได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด หรือเอกสารในการเจรจาได้ ต่อมาบริษัทผู้ผลิตโดยตรงออกมาปฏิเสธกับสื่อต่างประเทศว่าไม่ได้มีการเจรจากับบริษัทในเครือหรือพูดคุยเจรจากับหมอบุญ

 

Advertisement

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า ต่อมามีการอ้างว่าร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลหลายหน่วยงาน เพื่อเจรจาติดต่อขอซื้อวัคซีนไฟเซอร์จากต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานรัฐบาลเหล่านั้นได้ เมื่อมีการกดดันจากสื่อมวลชนและประชาชนเป็นจำนวนมาก ก็ได้เริ่มเปิดเผยชื่อของหน่วยงานองค์กรต่างๆ แต่ในเวลาต่อมาทุกหน่วยงานถูกกล่าวอ้างถึงก็ออกมาปฏิเสธ ว่าไม่ได้มีการพูดคุยเจรจากันแต่อย่างใด ก่อนจะออกมาอ้างว่าหน่วยงานรัฐบาลต่างๆ ไม่จริงใจในการร่วมการเจรจาขอซื้อวัคซีนจำนวนดังกล่าว จนต้องขอยกเลิกสัญญาและนำวัคซีนที่มีอยู่ไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมองว่าการกระทำของหมอบุญมุ่งหวังที่จะใช้ข้อความอันเป็นเท็จปั่นหุ้นของ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป ให้มีมูลค่าสูงขึ้นในตลาดหลักทรัพย์ และยังใช้ข้อความเท็จว่าสามารถซื้อมาในราคาเท่าทุนไม่ได้บวกกำไร ไม่เกิน 1,300 บาท/โดส ซึ่งเป็นตัวเลขที่เป็นเท็จ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหลงเชื่อในคำพูดของหมอบุญ ว่าจะสามารถจัดหาวัคซีนไฟเซอร์มาขายให้ประชาชน แล้วสร้างผลกำไรให้

นายอัจฉริยะกล่าวอีกว่า หมอบุญซึ่งเป็นประธานกรรมการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป มาเผยแพร่นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เป็นความเท็จ โดยเล็งเห็นผล โดยสังเกตจากหุ้นของ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป มีมูลค่าตลาดสูงขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่ราคาจะตกลง หลังจากที่หมอบุญออกมาปฏิเสธว่าไม่สามารถจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ให้ได้ นอกจากนี้ มองว่าหมอบุญจงใจที่จะนำเรื่องการจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ของตัวเอง มาโจมตีและดิสเครดิตรัฐบาลในการจัดหาซื้อวัคซีนยี่ห้อต่างๆ ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าหมอบุญไม่สามารถจัดหาวัคซีนจำนวน 20 ล้านโดส ให้กับประชาชนได้ตั้งแต่แรก แต่เป็นการปล่อยข่าวลวง เพื่อหวังประโยชน์ส่วนตัวและธุรกิจของเครือข่าย

 

ด้าน พล.ต.ท.กรไชยเปิดเผยว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องของนายอัจฉริยะไว้พิจารณาโดยจะให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามข้อกฎหมายใดหรือไม่ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายอื่นๆ จากนั้นจะดำเนินการเรียกตัวแทนของ บมจ.ธนบุรี เฮลท์ แคร์ กรุ๊ป หรือประชาชนที่สั่งจองวัคซีนกับทางโรงพยาบาล หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ​​​(ก.ล.ต.) และหมอบุญมาให้ปากคำกับทางตำรวจไซเบอร์ด้วย ทั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้วยังไม่อยากฟันธงว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นเฟคนิวส์หรือไม่ แต่หากพบว่าข้อมูลบางอย่างที่หมอบุญพูดไม่ถูกต้อง จะต้องให้ชุดสืบสวนสอบสวนตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอย่างละเอียด หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที