บช.น.เตือนม็อบเยาวชนปลดแอก-คาร์ม็อบ นัดชุมนุมวันเสาร์ที่ 7 นี้ผิดอย่างน้อย 5 พ.ร.บ. หวั่นเสี่ยงโรคระบาดโควิดในกรุง

5.08.21 | 14:40 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวกรณีที่มีการนัดหมายการชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ตามสถานที่ต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีกลุ่มผู้ชุมนุมที่สำคัญ ดังนี้ 1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก Free Youth นัดหมายเริ่มเวลา 13.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เคลื่อนขบวนไปพระบรมหาราชวัง 2.กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายธนเดช หรือม่อน ศรีสงคราม นัดหมายยังไม่ทราบเวลา ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ จัดกิจกรรมในลักษณะคาร์ม็อบ (CarMob) 2 ล้อ เคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล


ตามที่มีประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่อง การห้ามชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ข้อ 3 ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอเตือนว่า การชุมนุมปราศรัยทางการเมืองจะเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนตามประกาศฉบับที่ 9 เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้รับการยกเว้นแต่อย่างใด และยังเป็นความผิดตาม 1.พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2.พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ 3.พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ 4.พ.ร.บ.ความสะอาดฯ 5.พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่มั่วให้เลิกไปแล้วไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215, 216 และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 15.10-19.20 น. ที่มีกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย นำมวลชนมาทำกิจกรรมชุมนุมปราศรัยที่หน้าหอศิลป์ แยกปทุมวัน ซึ่งภายหลังจากการชุมนุมในวันเดียวกันนั้นสามารถติดตามจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ เครื่องขยายเสียงและผู้จัดอุปกรณ์เวทีที่ใช้ในการปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุม จำนวน 5 ราย นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และจอดหรือขับขี่รถยนต์บนทางเท้า ทั้งนี้ ทาง สน.ปทุมวัน ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดผัดฟ้องและฝากขังต่อศาลแขวงปทุมวันแล้ว เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2564

โดยขณะนี้ได้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆ ในภาพรวม ของ บช.น.ที่ผ่านมาทั้งหมด รวมทั้งสิ้น 293 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 97 คดี ส่งสำนวนให้อัยการหรือสอบสวนดำเนินคดีแล้ว 196 คดี และได้สั่งการให้ สน.ท้องที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมชุมนุมต่างๆ ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีทุกราย โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำที่ยังคงยุยงปลุกปั่นให้มวลชนหรือกลุ่มแนวร่วมก่อเหตุสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยทาง บช.น.ยืนยันว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง พกพาอาวุธ ดื้อดึงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งได้ปฏิบัติการตามหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จำเป็นที่จะต้องเข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามบานปลาย และบังคับใช้กฎหมายในทุกข้อหาอย่างแน่นอน

Advertisement