
‘ป้อมมหากาฬ’ โวย ร่วมกู้นับล้านลงขันซื้อที่ สุดท้ายโดนยึดอีก เหตุชาวบ้าน 1 รายถูก พอช.ฟ้องคดี
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายธวัชชัย วรมหาคุณ อดีตประธานชุมชนป้อมมหาฬ เปิดเผยกับ ‘มติชน’ ว่า หลังการย้ายออกจากชุมชนป้อมมหากาฬ ถนนมหาไชย เขตพระนคร ก่อนมีปรับพื้นที่เป็นสวนสาธารณะ เมื่อ พ.ศ.2561 ตนและชาวชุมชนส่วนหนึ่งรวม 8 ครอบครัวได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยได้ยื่นขอกู้ยืมเงินราว 2 ล้านบาทจาก พอช. และได้รับการอนุมัติ
พร้อมสัญญาผ่อนชำระเป็นเวลา 20 ปี นอกจากนี้ ชาวชุมชนป้อมมหากาฬได้รวบรวมเงินอีกกว่า 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 3 ล้านบาท นำไปซื้อซื้อที่ดินแปลงหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 2 โดยเพิ่งทำสัญญาจ้างช่างก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พบว่าสมาชิกชุมชนป้อมมหากาฬ 1 ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือครองโฉนดที่ดินดังกล่าว ถูก พอช.ฟ้องร้องจากกรณีกองทุนมิยาซาว่า ศาลพิพากษาตั้งแต่ 5 มิถุนายน 2561 บังคับคดี ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด โดยเจ้าตัวไม่เคยทราบมาก่อน ไม่มีโอกาสเข้ากระบวนการต่อสู้ทางคดี
นายธวัชชัยกล่าวต่อไปว่า จากเหตุดังกล่าว ตนและชาวชุมชนป้อมมหากาฬรายอื่นๆ ซึ่งถือครองโฉนดที่ดินร่วมกัน จึงเกิดความสงสัยในประเด็นดังกล่าว
“การบังคับคดีกระทำโดยประกาศขายทอดตลาด ที่ดินแปลงที่ชาวชุมชนป้อมหากาฬพลัดถิ่นถือครองร่วมกัน โดยรายชื่อสลักหลัง มีรายชื่อจำเลยที่ถูกฟ้องเพียงคนเดียวเท่านั้น และในการฟ้องร้อง โจทก์ก็คือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ขณะเดียวกัน ที่ดินแปลงที่ชาวบ้านถือครองร่วมกันก็มีเงินส่วนหนึ่งจากการกู้ยืมเงินภายใต้โครงการบ้านมั่นคง ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หมายบังคับคดี ก็กลับถูกส่งไปที่สมาชิกคนอื่นในชุมชน ไม่ใช่ผู้ถูกฟ้อง ที่ผ่านมา 3 ปีกว่า เราต้องระหกระเหินจากถิ่นฐานบ้านเกิด
“เส้นทางการก่อร่างตั้งชุมชนป้อมมหากาฬพลัดถิ่นไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากจัดซื้อที่ดินเรียบร้อย ก็เผชิญกับปัญหาอีกสารพัด ตั้งแต่การเปลี่ยนสิทธิการถือครองของชาวบ้านบางครัวเรือนที่มีเหตุจำเป็นต้องถอนตัว จนชาวบ้านที่เหลือต้องแก้ปัญหาทั้งด้วยการจัดสรรขนาดที่ดินใหม่และระดมเงินสมทบเพิ่ม เพิ่งได้ตอกเสาเข็ม ทำสัญญาจ้างช่างก่อสร้าง แต่ยังไม่ได้ลงมือทำเพราะอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาเรื่องการขอกู้ยืมเพิ่มจากโครงการบ้านมั่นคง วันนี้กลับมีเรื่องการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดขึ้นมาอีก” นายธวัชชัยกล่าว

