อจ.นิติศาสตร์ จุฬาฯ สรุป 3 ประเด็น ศาลแพ่งคุ้มครองชั่วคราว ห้าม ‘ประยุทธ์’ ใช้ข้อกำหนดฉบับ 29

6.08.21 | 18:00 น.
แฟ้มภาพ

อจ.นิติศาสตร์ จุฬาฯ สรุป 3 ประเด็น ศาลแพ่งคุ้มครองชั่วคราว ห้าม ‘ประยุทธ์’ ใช้ข้อกำหนดฉบับ 29

จากกรณีศาลแพ่งมีสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามนายกรัฐมนตรีใช้ข้อกำหนดออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 29) ที่ให้อำนาจ กสทช.ฟันเฟคนิวส์-ตัดเน็ต สื่อ จนกว่ามีคำสั่งอย่างอื่น ภายหลังที่ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และตัวแทนสื่อมวลชนออนไลน์ 12 ราย ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.


วันเดียวกันนี้ (6 สิงหาคม) ผศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย นักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นจากเรื่องดังกล่าว โดยสรุปเป็น 3 ประเด็น ดังนี้

“กรณีศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากการยื่นคำฟ้องของสื่อมวลชนโดยขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการบังคับใช้ข้อกำหนดที่ 29 ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ข้อความที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อประชาชน) ผมขอสรุปเป็นประเด็นสั้นๆ ดังนี้ครับ

“1.ศาลแพ่งเห็นว่า ข้อความอันก่อให้เกิดความหวาดกลัวกินความไปทั้งที่เป็นจริงและเป็นเท็จ ประกอบกับไม่มีความชัดเจนที่อาจบ่งชี้ได้ว่าข้อความนั้นเป็นข้อความที่ก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับประชาชนแล้วหรือไม่อย่างไร จึงส่งผลให้ประชาชนและสื่อไม่กล้าใช้เสรีภาพของตนเอง ทั้งหมดย่อมถือว่าขัดต่อ ม.34 (เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน), 35 (เสรีภาพสื่อ) ของรัฐธรรมนูญ

Advertisement

“2.ศาลแพ่งเห็นว่า ข้อกำหนดนี้ขัดต่อ ม.26 ของรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีความชัดเจนในการกำหนดมาตรการการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อป้องกันความเดือดร้อนของประชาชนเกินสมควร และขัดกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เองด้วย

“3.ศาลแพ่งเห็นว่า การสั่งให้ระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ตตามข้อกำหนด เป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรีสั่งการไปโดยไม่มีอำนาจ กล่าวคือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มิได้ให้อำนาจที่จะสั่งงระงับการให้บริการอินเตอร์เน็ตได้ ตรงนี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่จำเป็นต้องใช้ช่องทางนี้สื่อสารระหว่างสถานกาณ์แพร่ระบาดของโควิด จึงเป็นการขัดต่อ ม.36 (เสรีภาพในการสื่อสาร) ของรัฐธรรมนูญ”