ผบ.ตร.นำทีมสืบสวนฯ ลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุกรณี นทท.เสียชีวิต หาพยานหลักฐานเพิ่ม
เมื่อเวลา 07.45 น. วันนี้ 7 สิงหาคม พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.สอบสวนกลาง และเจ้าหน้าตำรวจฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บริเวณตั้งแต่ที่พักของผู้เสียชีวิต หลังจากนั้นทางคณะ ผบ.ตร.ได้เดินตามเส้นทางตั้งแต่จุดที่พักจนถึงบริเวณน้ำตกโตนอ่าวยน ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต และได้ไปตรวจสภาพพื้นที่จุดพบศพนางสาวนิโคล ซาวเวน ไวสส์คอพฟ์ สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 57 ปี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อดูสภาพพื้นที่จริงและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมบริเวณจุดที่พบศพ โดยมีนายยันเคธเนอร์ ผู้ช่วยฝ่ายตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์ด้วย

พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบและปูพรมเก็บหลักฐานต่างๆ ในพื้นที่ นอกจากจุดเกิดเหตุแล้วยังมีการขยายวงเพิ่มเติมด้วย และจากการเข้าไปยังจุดพบศพ ทำให้เห็นสภาพพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร และเพื่อตรวจสอบดูว่าจะมีใครบ้างที่คาดว่าจะขึ้นไปบริเวณดังกล่าว โดยการเดินทางขึ้นไปที่จุดเกิดเหตุจะได้เห็นลักษณะสภาพของพื้นที่และได้จำแนกกลุ่มบุคคลที่ขึ้นไปในบริเวณที่เกิดเหตุด้วยคนประเภทไหนบ้าง เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการตั้งประเด็นสืบสวนสอบสวน โดยขณะนี้สิ่งที่คาดหวัง คือ วัตถุพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และผลการชันสูตร เบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายบริเวณกล่องเสียง แต่ขอรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากรายงานทางการแพทย์อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ การตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ นั้น ต้องใช้เวลา และส่วนใหญ่จะส่งไปตรวจที่กรุงเทพมหานคร

สำหรับการสืบสวนและซักถามพยานบุคคล รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีการแบ่งหน้าที่ทำงานของแต่ละหน่วย เบื้องต้นดูความเป็นไปได้ของคนทั้งหมดที่จะเข้าไปถึงที่เกิดเหตุ คิดว่าต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง เราตั้งใจทำให้ละเอียดที่สุด ถูกต้องที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยยังคงมุ่งทุกๆ ประเด็น ไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งออกไป ยังคงเปิดกว้างในการสืบสวนสอบสวน โดยจะเดินไปตามหลักฐาน และยังไม่ขอระบุว่าคนร้ายเป็นใครและมีกี่คน ซึ่งในการตรวจพื้นที่ตรวจสอบแคมป์คนงานในบริเวณใกล้เคียง มีความคืบหน้าไปมาก พร้อมกันนี้ยังได้ตรวจสอบภาพบุคคลในกล้องวงจรปิด เพื่อนำกลุ่มบุคคลที่ปรากฏมาซักถามเพื่อหาข้อมูลด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประชุมสรุปความคืบหน้าวันละ 2 ครั้ง
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ คาดหวังผลจากห้องปฏิบัติการ และพยานวัตถุจากนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นพยานที่ดีที่สุดที่ได้ และคาดหวังจากพยานบุคคล รวมถึงจากกล้องวงจรปิด ขอยืนยันว่าการสืบสวนจำเป็นต้องใช้เวลา ดังนั้น ในขณะนี้จะทำการสืบสวนกลุ่มบุคคลที่เข้าที่เกิดเหตุให้ได้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดี

นายยันเคธเนอร์ ผู้ช่วยฝ่ายตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายกับทั้งสองประเทศ ที่ผ่านมาได้ทำงานกับตำรวจไทย จึงมีความมั่นใจว่าตำรวจไทยจะสามารถจับคนร้ายได้ ขณะนี้ทีมตำรวจไทยที่ดีที่สุดได้ลงพื้นที่มาสืบสวนคดี และการทำงานอย่างหนัก จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้เร็วที่สุด เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการสืบสวนสอบสวน โดยความคาดหวังอยู่ที่วัตถุพยานทางวิทยาศาสตร์
ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งไล่ตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

