หน้าแรก ในประเทศ รองผวจ.ตรังจ่...

รองผวจ.ตรังจ่อถวายฎีกา โวยไม่ได้รับแต่งตั้ง ถูกดองจนอาวุโสสุดในไทย ปลัดมท.ยันทำตามขั้นตอน 2 พ.ร.บ. ข้องใจยื่นดูคะแนน

16.09.16 | 11:32 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายสายัณห์ อินทรภักดิ์” รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เตรียมถวายฏีกาและฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรม โดยเนื้อหาระบุ ว่า เรียน เพื่อนข้าราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่เคารพทุกท่าน กระผม นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ขออนุญาตกราบเรียนขอความกรุณาจากเพื่อนข้าราชการทุกท่านว่า วันที่ 20 กันยายน 2559 กระผมจะยื่นถวายฎีกา และยื่นฟ้องศาลปกครองเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมในการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งล่าสุดนี้ กระผมมีความจำเป็นต้องทำครับ ถ้าท่านเป็นกระผมท่านจะทราบว่าทำไมกระผมต้องถวายฎีกา และฟ้องศาลปกครอง กระผมรับราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2558 เป็นเวลา 12 ปี ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 ถึงเดือนกันยายน 2558 เป็นเวลา 3 ปี 8 เดือน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ให้นำอายุราชการทวีคูณมาคิดคำนวณด้วย กระผมได้อายุราชการในตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา 7 ปี 4 เดือน ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง อีก 1 ปี รวม 8 ปี 4 เดือน

ปีทึ่แล้วกระผม และนายอุดร น้อยทับทิมอาวุโสที่จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาแต่ไม่แต่งตั้ง แล้วยังย้ายกระผมจากยะลามาตรังโดยไม่มีเหตุผลอะไร ท่านอดีตเลขาธิการ ศอ.บต.ท่านบอกกระผมว่าท่านตรวจสอบจากทางฝ่ายทหารแล้วกระผมไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย ท่านจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้กระผมอยู่ยะลาต่อกระผมจะว่าอย่างไร กระผมกราบเรียนท่านว่าอย่าเลยครับ เมื่อมีคำสั่งย้ายกระผมก็จะไปตามคำสั่ง กระผมถามผู้ใหญ่ในกระทรวงว่าย้ายกระผมมาตรังทำไมครับ ผู้ใหญ่ท่านนั้นบอกว่าเออน่าใจเย็น ๆ ปีหน้า (หมายถึงปี 2559) จะจัดการให้ เพราะกระผมอายุราชการ รอง ผวจ. 8 ปี 4 เดือน อาวุโสที่สุดในประเทศไทย ดำรงตำแหน่งรอง ผวจ.มาไม่เคยทุจริตคิดชั่ว ไม่เคยกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ไม่เคยมีปัญหาในพื้นที่กับข้าราชการหรือประชาชน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการเมือง กระผมตั้งหน้าตั้งตาทำงานโดยไม่เลือกงาน ทำทุกงาน วันหยุดไม่มีสำหรับกระผม ปีนี้การแต่งตั้ง ผวจ. คนที่เป็นรองมา 2 ปี และ ไม่ถึง 2 ปี ได้รับการแต่งตั้งหลายคน กระผมจะเกษียณปี 2560 อาวุโสอันดับ 1 ( 8 ปี 4 เดือน)

กระผมรับราชการมาตั้งแต่เจ้าหน้าที่ธุรการ 1 ไต่เต้ามาด้วยงานอย่างเดียว จนถึงปัจจุบัน กระผมถามท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยว่ากระผมมีปัญหาอะไร ท่านบอกว่าคุณไม่มีปัญหาอะไร ท่านเสนอแล้วตามหลักอาวุโส แต่ไม่ผ่านบอร์ด กระผมปรึกษาท่านผู้ใหญ่ที่กระผมเคารพนับถือทั้งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด และตุลาการศาลปกครอง ท่านกรุณาให้คำแนะนำให้กระผมฟ้องค่อศาลปกครอง เพราะเคยมีกรณีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่แต่งตั้งข้ามหลักอาวุโสโดยมีเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ศาลปกครองให้ยกเลิกและดำเนินการคัดเลือกใหม่ ในส่วนของการถวายฏีกาก็ให้ทำไปพร้อมกัน เพราะการแต่งตั้ง ผวจ.ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ท่านแนะนำให้กระผมถวายฎีกาอีกทางหนึ่งด้วย

ดังนั้นกระผมจึงกราบเรียนเพื่อนข้าราชการว่าผมจำเป็นต้องทำครับ เพื่อรักษาระบบคุณธรรมไว้ให้หลงเหลืออยู่บ้าง กระผมได้กราบขออนุญาตท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วว่าผมขอใช้สิทธิฟ้องตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนการถวายฎีกานั้นกระผมได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ที่คนในวงการมหาดไทยให้ความเคารพนับถือแม้ท่านจะเกษียณอายุราชการไปหลายปีแล้ว ท่านบอกว่าสมัยก่อนไม่เลวร้ายแบบนี้ สมัยนี้ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ ท่านสนับสนุนให้กระผมดำเนินการทั้งสองกรณีโดยเร็ว กระผมจึงขอกราบเรียนให้ทุกท่านได้ทราบ รายละเอียดของคำฟ้อง และคำถวายฏีกา ถ้าเป็นการสมควรกระผมจะเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ให้ทุกท่านได้รับทราบครับ

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่าขอชี้แจงว่าขั้นตอนการเสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยว่า ได้ดำเนินการตามขั้นตอนพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินและพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน โดยการแต่งตั้งโยกย้ายที่ครม.มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมี มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง 24 ตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการมท.ว่าง 3 ตำแหน่ง กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะเข้ารับการคัดเลือก ต้องเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเทียบเท่า ,รองอธิบดีในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รอบแรกมีผู้สมัครตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด87คน ตำแหน่งผู้ตรวจราชการจังหวัด38คน โดยกระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะกลั่นกรองจากวิสัยทัศน์และผลงานรวมทั้งประวัติการรับราชการที่ผู้สมัครที่เขียนเสนอมาให้คณะกรรมการพิจารณา แล้วประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ ส่วนคณะกรรมการชุดที่ 2 มีจำนวน5 คนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นบุคคลภายนอกกระทรวงที่อนุกรรมการข้าราชการพลเรือน(อ.ก.พ.)กระทรวงมหาดไทยคัดเลือกมา3 คน และรองปลัดกระทรวงมหาดไทยฝ่ายบริหาร และอธิบดีกรมที่ดินซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่อ.ก.พ.กระทรวงให้ความเห็นชอบมาร่วมกันเป็นคณะกรรมคัดเลือกรอบสุดท้ายซึ่งคณะกรรมการได้นำหลักเกณฑ์ที่มาตรา42(3)แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน2551กำหนดไว้โดยพิจารณาจากความรู้ความสามารถประวัติและประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาซึ่งกรรมการแต่ละคนก็จะใช้ทั้งหลักเกณฑ์และดุลพินิจในการให้คะแนนหลังจากได้รวบคะแนนแล้วก็จะเสนอมาให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นชอบตามจำนวนตำแหน่งที่ว่างคือผู้ว่าฯ24คนผู้ตรวจราชการฯจำนวน3คนเพื่อเสนอ ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป

Advertisement

“ในขั้นตอนกระบวนการพิจารณาจะเห็นว่ามีคณะกรรมการถึง 2 ชั้น ไม่ได้ดำเนินการด้วยตัวบุคคลเพียงคนเดียว จึงไม่ใช่เป็นการแต่งตั้งที่อ้างว่าเลวร้ายกว่าครั้งก่อนๆแต่อย่างใด เพราะขั้นตอนและหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นได้ใช้ในการดำเนินการมาแล้วเกือบ10ปี รวมทั้งผู้ที่สงสัยและมีส่วนได้เสียยังสามารถใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารขอดูผลคะแนนของตนเองได้ด้วย หรือการใช้สิทธิ์ฟ้องศาลปกครองก็เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะทำได้”นายกฤษฎากล่าว